FICTION IN MIND

[CUT] ไล่จับ (Namjoon x Yoongi)

มือบางกำลังจะยกขึ้นดันไหล่กว้างออก แต่ก็ถูกรวบไว้ด้วยมือกว้างเพียงข้างเดียว จะหันหน้าหนีก็ไม่ได้เพราะมือข้างที่ว่างของอีกคนประคองท้ายทอยไว้ จนสุดท้ายสัมผัสนุ่มหยุ่นก็ประทับลงกับกลีบปากสีชมพูอ่อน


จูบของนัมจุนไม่ได้ดูดดื่มหรือเร่าร้อนทันทีที่จู่โจม แต่กลีบปากหนาค่อยๆงับและเล็มเลียอีกฝ่ายอย่างช้าๆ เขาแตะจูบที่มุมปาก เหนือริมฝีปาก และดูดดึงริมฝีปากล่างของยูนกิเบาๆ ดวงตาเรียวรีปรือมองใบหน้าคมที่กำลังหลับตาพริ้มในระยะประชิด ภาพตรงหน้าเบลอเหมือนเขาเป็นคนสายตาสั้น ยูนกิจึงเลือกที่จะหลับตาลงและยอมแพ้ที่จะขัดขืน


ย่าห์ .. มินยูนกิคนใจง่าย


แขนขาวเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งพร้อมกับมือกว้างที่เลื่อนลงรั้งขาเรียวขึ้นเกี่ยวกับเอวสอบ ปิดกั้นทางหนีของคนตัวเล็กทุกทาง แต่ไม่นานนักนัมจุนก็ตกเป็นฝ่ายถูกกักกัน เมื่อมินยูนกิผู้กล้าหาญย้ายตัวเองขึ้นนั่งคร่อมตักอุ่นไว้ เม็ดแก้วรูปพระจันทร์เสี้ยวสบกับดวงตาคมสีนิลในระยะประชิด ลมหายใจผลัดกันระผ่านข้างแก้มของอีกฝ่าย คิมนัมจุนยิ้มขณะที่สองแขนขาวยกขึ้นพาดไว้กับไหล่ของเขา แตะปลายจมูกโด่งกับปลายจมูกรั้นเบาๆ


มินยูนกิกลืนน้ำลายลงคอแล้วหลับตาลงอีกครั้ง เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าหงุดหงิดกับความไม่รู้เรื่องรู้ราวของนัมจุน แต่ก็เป็นคนตรงหน้าที่ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว


ถ้าจะว่าอายมันคงเลยคำนั้นมาแล้ว มันคงเป็นความรู้สึกของคนกำลังจะเสียซิง อะไรประมานนั้นน่ะ


ความนุ่มหยุ่นแตะลงที่กลีบปากบางอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ริมฝีปากหนา แต่เป็นปลายลิ้นชื้นของนัมจุนที่กำลังเล็มเลียริมฝีปากของเขา มันซุกซนเหมือนเจ้านายของมันไม่มีผิด เมื่อสามารถรุกล้ำเข้ามาได้ ปลายลิ้นนุ่มของยูนกิก็ถูกหยอกล้อ ทั้งเกี่ยวรั้งและดูดดึงจนร่างเล็กแทบละลายคาอกกว้าง ใบหน้าคมปรับองศากดจูบลึกพร้อมประคองข้างแก้มใสขึ้นสีเอาไว้อย่างถนุถนอม


ความนุ่มนวลนั่นมันช่างตรงข้ามกับรสจูบที่ช่วงชิงลมหายใจของยูนกิเหลือเกิน คนตัวเล็กรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของเขาร้อนไปหมดเพียงแค่ถูกนัมจุนจูบ มือบางเลื่อนขึ้นขยุ้มกลุ่มผมสีบลอนด์ตามจังหวะที่อีกฝ่ายกดจูบลงมา หนักบ้างเบาบ้าง มือกว้างวางทิ้งไว้ที่บั้นเอวบางสอดหายเข้าไปใต้เสื้อยืดสีอ่อนเพื่อเกลี่ยปลายนิ้วกับผิวขาวจัด


"อือ .."


เสียงอู้อี้ในลำคอดังขึ้นพร้อมเสียงจูบฟังแล้วจั้กจี้หูและเขินอายไปในเวลาเดียวกัน ร่างของมินยูนถูกผลักลงจากตักอุ่นจนชิดขอบเตียงที่นั่งพิงอยู่เมื่อครู่ ก่อนจะลอยขึ้นด้วยแรงหมีๆของคนตรงหน้า ทั้งที่ริมฝีปากยังคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง รู้ตัวว่าตัวเองขึ้นมานอนอยู่บนเตียงแล้วก็ตอนที่นัมจุนผละจูบออกแล้วท้าวแขนกับพื้นเตียงคร่อมอยู่เหนือร่างของเขา


คนตัวสูงยกยิ้มอีกครั้ง ใบหน้าคมโน้มลงใช้ปลายลิ้นเก็บกวาดคราบน้ำใสที่ปริ่มล้นตรงมุมปากบางแตะจูบเบาเป็นเสียงจุ้บน่ารัก ก่อนจะลากริมฝีปากไปตามสันกราม ขมับบาง และจุดแรกที่สามารถทำให้ยูนกิผวาทั้งร่างขึ้นได้


"อ่ะ .. อือ .."


ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันหลับตาลงยามที่กลีบปากหนาแนบจูบลงที่ใบหู ยิ่งปลายลิ้นอุ่นชื้นแลบเลียเบาๆขนอ่อนในกายก็ลุกชันไปหมด นึกโล่งใจตอนที่อีกคนผละออกแต่ถัดจากนั้นไม่ถึงสิบวินาทีใบหน้าคมก็โน้มลงมาที่ใบหูอีกข้าง มือบางทำท่าจะผลักไหล่กว้างออกแต่ก็ถูกอีกฝ่ายยึดไว้แล้วกดลงกับเตียง คิมนัมจุนไม่ต้องออกแรงเลยสักนิดเพราะมินยูนกิแทบไม่มีแรงขืน


"ไอ้หมี ..บ้า ..อา ..."
"ชอบไม่ใช่หรอ ?"
"เงียบปากไปซะ"


ร่างสูงยิ้มขำกับความเป็นมินยูนกิและเลือกที่จะเงียบปากตามคำสั่ง จุดหมายต่อไปคือซอกคอขาว ปลายจมูกโด่งกดลงบนผิวเนื้อสูดดมกลิ่นประจำตัวของอีกคนที่เขาคุ้นเคย มันเป็นกลิ่นอ่อนๆที่ดึงดูดเขาได้เสมอ ริมฝีปากแนบจูบลงไปบ้าง ขบเม้มบ้างด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะเลื่อนตัวลงต่ำ ใช้ปากงับชายเสื้อยืดสีอ่อนไว้แล้วดึงขึ้นช้าๆ เบนสายตาขึ้นมองก็พบว่าพระจันทร์เสี้ยวสีนิลกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน


กองเสื้อยืดไว้ตรงเหนืออกบางแล้วลากกลีบปากไปบนผิวขาวจัด เล็มเลียความนุ่มนิ่มและไซร้จูบอย่างนิ่มนวล มินยูนกิผวาร่างขึ้นอีกครั้ง เมื่อจุดน่ารักที่ประดับแผ่นอกขาวถูกริมฝีปากร้ายกาจของนัมจุนจู่โจมอย่างไม่ปราณี ปลายลิ้นอุ่นคลึงวนรอบๆและเกี่ยวตวัดเล่น อีกฝั่งก็ถูกปลายนิ้วยาวขยี้ย้ำแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงครางอึกอักกับเสียงผ่อนลมหายใจแรงๆจากร่างด้านใต้


"อา ...อือ!"
"ครางได้นะ"
"กูบอกให้ .. อึก..มึงเงียบไง!"


ดวงตาเรียวปรือมองกลุ่มผมสีเงินที่คลอเคลียบนแผ่นอกเลื่อนต่ำลงอีกครั้ง หน้าท้องขาวหดเกร็งยามที่ถูกฟันคมขบกัดเบาๆตรงท้องน้อย แผ่นหลังแอ่นขึ้นตามสัมผัสอุ่นจนแทบร้อนของมือกว้างที่ลากลงมาตามแนวสันหลังจนหายเข้าไปใต้บ็อกเซอร์ย้วยๆ จะห้ามปรามก็ไม่ทันเมื่อทั้งกางเกงชั้นนอกและชั้นในหลุดจากปลายเท้าไปกองอยู่ที่ปลายเตียงเสียแล้ว


"เดี๋ยวดิ ..นี่มึงรีบมากมั้ยเนี่ย ?"
"ก็ไม่รีบเท่าไหร่"


ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆพลางยืดตัวขึ้นแล้วผายมือออกให้สายตาของคนตัวเล็กได้ปะทะเข้ากับคิมน้อยที่ดุนเป้ากางเกงยีนสีซี๊ดประท้วงอยากจะออกมาสูดอากาศใจจะขาด พอยูนกิกลับมามองหน้านัมจุนก็ลั่นคำด่าออกไปได้หนึ่งคำถ้วน


"ไอ้หน้าหมี .. อ่ะ ...อย่าเพิ่ง...อื้ออ"


ร่างขาวจัดสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ใบหน้าคมโน้มลงตรงกลางหว่างขา แล้วครอบครองส่วนน่ารักเข้าในโพรงปากอุ่นร้อน เพียงแค่เริ่มขยับรูดเป็นจังหวะคนที่ทำท่าจะพยศก็ได้แต่นอนบิดเร่าให้อีกคนปรนเปรอความต้องการจนรู้สึกกระสันซ่านไปทั้งร่าง ทุกอย่างเริ่มเป็นสีขาวโพลน ดวงตาเห็นเพียงภาพมัวเหมือนเวลาที่ลืมตาในน้ำ เผลอปล่อยเสียงครางสั่นพร่าอย่างไม่อาจทานทน


"อาา ..มึงอ่ะ..กูเสียว ..อ้ะ..อ่ะ"


มือบางเลื่อนลงขยุ้มกลุ่มผมสีสว่างไว้เต็มกำมือ นัมจุนยกยิ้มพอใจกับการตอบสนองของคนตัวเล็ก เร่งจังหวะและดูดรั้งส่วนน่ารักหนักหน่วงขึ้น จนเขารู้สึกได้ว่าร่างขาวจัดกำลังสั่นเกร็ง ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเชิดขึ้นดวงตาเรียวหลับพริ้มกลีบปากเม้มแน่น และเผยอขึ้นเป็นบางครั้งเมื่อไม่อาจกลั้นเสียงเอาไว้ได้ เรียวขาขาวถูกคนตัวสูงลูบไล้อย่างเพลินมือ


สะโพกกลมเผลอขยับสวนกับจังหวะรูดรั้งของโพรงปากร้อน มินยูนกิกำลังมีอารมณ์ถึงขีดสุด เป็นจังหวะเหมาะที่เขาจะเริ่มต้นบทรักของจริงเสียที นัมจุนปล่อยส่วนน่ารักเป็นอิสระช้าๆแตะจูบแช่ไว้ที่ส่วนปลายแล้วมองเจ้าตัวเล็กที่กำลังขอร้องเขาทางสายตา จะรู้ตัวบ้างมั้ยนะว่ามันน่ารักน่าฟัดขนาดไหน


ปลายลิ้นร้อนเริ่มทำหน้าที่อย่างร้ายกาจอีกครั้ง ลากผ่านแกนกายน่ารักตั้งแต่ปลายจรดโคนและต่ำลงไป ร่างขาวจัดสะดุ้งอีกครั้งเมื่อสัมผัสอุ่นชื้นแตะที่กลีบเนื้อด้านหลัง อยากจะกระถดหนีแต่มือแกร่งที่ยึดต้นขาเอาไว้ก็ไม่ยอมปล่อยกระต่ายน้อยยูนกิหลุดจากอุ้งมือเลย


"เดี๋ยวดินัมจุน ..."
"ยูนกิยา .. ให้กูเอามึงเถอะ... กูทนไม่ไหวแล้ว"
"เปล่า .. คือ..กูจะบอกว่าเบาๆกับกูหน่อยนะ กูกลัวเจ็บ"


พอพูดจบพระจันทร์เสี้ยวฉ่ำน้ำก็เบนหนีดวงตาคมกริบที่มองมาราวกับจะอ้อนวอนอย่างขลาดอาย ผ่อนลมหายใจแรงๆเพราะปลายนิ้วอุ่นยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ที่จุดสำคัญทางด้านหลัง ทั้งริมฝีปากสีสดที่เม้มน้อยๆ กับริ้วแดงที่แก้มใส ... น่ารักชะมัดเลย !


"อ่า ..ไอ้เจ็บมันเจ็บอยู่แล้วล่ะน่า"
"นี่มึงไม่คิดจะให้กำลังใจกูหน่อยหรอ ?"
"งั้นก็ได้ .."
"...อ่ะ ..น..นัมจุน..! "
"เจ็บแปปเดียวเดี๋ยวก็เสียว"


คิมนัมจุนเป็นคนร้ายกาจ ทั้งคำพูดและการกระทำ รอยยิ้มพึงใจวาดขึ้นบนใบหน้าคมตอนที่เขาสามารถแทรกนิ้วแรกเข้าไปในกลีบเนื้ออ่อนนุ่มได้สำเร็จ กดเข้าลึกจนสุดข้อนิ้วทีละนิดอย่างใจเย็น ยูนกิตกใจเผลอบีบไหล่กว้างแน่น แต่มันก็ไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิด .. เอาล่ะนี่เพิ่งนิ้วแรก สูดลมหายใจเข้าลึกๆทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น


ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นน้อยๆยามที่ปลายนิ้วยาวเริ่มขยับช้าๆ นัมจุนดึงออกจนสุดแกล้งสกิดปลายเล็บที่จีบเนื้อเบาๆก่อนจะแทรกเข้ามาใหม่ จนนิ้วที่สองแทรกตามเข้ามา ถึงคนตัวสูงจะขยับนิ้วอย่างใจเย็นที่สุดแต่ยูนกิก็ยังคิดว่ามันเร็วอยู่ดีเมื่อเขารู้สึกได้ว่านิ้วยาวแทรกเข้ามาอีกนิ้ว แขนขาวยกขึ้นพาดปิดปากตัวเองเพราะความรู้สึกแปลกๆกำลังทำให้เขาเริ่มเสียความเป็นตัวเอง


"อ่ะ...อือ...อื้อ!"


ดวงตาคมมองร่างขาวจัดที่ผ่อนลมหายใจหนักๆส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ความคับแน่นที่โอบรอบนิ้วของเขาทำให้อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเป็นตัวตนของเขามันจะรู้สึกดีขนาดไหน ปลายนิ้วยาวเร่งจังหวะขึ้นอีกนิดเมื่อแรงรัดรึงเริ่มลดลง หมุนควงและกดลึกจนสะโพกกลมเผลอยกขึ้นตาม มือขาวอีกข้างจิกขยำลงบนผ้าปูเตียงจนยับยู่ ภายในของเขากำลังถูกนัมจุนกลั่นแกล้งอย่างหนัก ทุกครั้งที่ปลายนิ้วยาวกดถูกจุดกระสันก็เหมือนเขาจะได้สวรรค์มาครอบครองอยู่รอมร่อ


"อา...อ่ะ...นัม ..จุนนา.."
"..."
"กอด..."


ให้ตายสิ ...คิมนัมจุนไม่ทน ! ร้อยวันพันปีมินยูนกิเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ที่ไหนกัน แล้วยังจะท่าทางแบบนั้นอีกแขนขาวๆเอื้อมมาหาเขาพร้อมมองด้วยแววตาฉ่ำน้ำแบบนั้น ปลายนิ้วยาวแทบจะกระชากออกจากช่องทางอุ่นร้อนเพื่อปลดกางเกงยีนสีซี๊ดและชั้นในคาหมิ่นเหม่ไว้ที่สะโพกสอบ


"มานี่มา ..อา.."


อ้อมแขนแกร่งช้อนร่างเล็กขึ้นมานั่งคร่อมตักอุ่นไว้ เสียงทุ้มครางเบาๆยามที่ส่วนกลางกายบดเบียดกับแก้มก้นนุ่มนิ่ม ร่างเล็กกอดไหล่กว้างไว้พลางโน้มใบหน้าลงกดจูบที่กลีบปากหนาหนักๆ ฟันคมกัดปากล่างที่เขาชอบด่ามันบ่อยๆว่าไอ้ห้อย ลิ้นเล็กกระทำการอุกอาจบุกรุกเข้าในโพรงปากอุ่นชวนเจ้าบ้านให้ออกมาเล่นด้วยกัน


ขณะที่ปากแลกจูบดูดดื่ม มือขาวก็เป็นฝ่ายซุกซนลูบไล้ตามผิวสีเข้มทว่าเนียนลื่นมือ ตั้งแต่บั้นเอวจนหายเข้าไปใต้เสื้อกลามสีดำของนัมจุน เลิกผ้าเนื้อบางขึ้นเรื่อยๆจนต้องผละจูบออกเพื่อถอดมันให้พ้นทาง ทันทีที่เสื้อกล้ามหลุดจากกลุ่มผมสีบลอนด์ มินยูนกิก็ทำให้คิมนัมจุนสติกระเจิงอีกครั้ง


"...เข้ามาสิ..."


มือกว้างเหวี่ยงเสื้อกล้ามทิ้งไปไม่สนใจใยดี โน้มท้ายทอยนุ่มให้เข้ามาประกบจูบอีกครั้งแล้วลากฝ่ามือสัมผัสตั้งแต่คอขาวลงมาตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงบั้นท้ายอิ่ม สะโพกกลมยกขึ้นตามแรงดึงจากอีกฝ่าย ส่งเสียงประท้วงเล็กน้อยตอนที่มือกว้างแยกแก้มก้นนุ่มออกเพื่อให้ส่งคิมน้อยเข้าไปได้ง่ายขึ้น


"อึก .. นั ..มจุน...อ่ะ..ฮ.."
"อาห์ ...อย่าเกร็ง...อืม.."


ความคับแน่นค่อยๆกลืนกินเขาเข้าไปทีละนิด ทีละนิด แต่ยูนกิไม่กล้าทิ้งน้ำหนักตัวลงทั้งหมดจนมือกว้างต้องกดสะโพกกลมลงจนกลืนกินเขาเข้าไปได้จนสุด ริมฝีปากสีแดงช้ำเผยอขึ้นปล่อยลมหายใจหนักๆ ในเวลานี้อยากจะร้องก็ร้องไม่ออกเพราะความเจ็บจุกที่เข้าเล่นงาน เห็นแบบนั้นนัมจุนเลยจูบขมับชื้นจูบและแก้มใสปลอบประโลม


"อ่ะ .. เจ็บ...อย่ะ..อย่าเพิ่ง...!"
"อา...บอกแล้วไง ..เจ็บแปปเดียวเดี๋ยวก็เสียว"


สะโพกสอบขยับสวนขึ้นขณะที่มือจับเอวบางไว้ไม่ให้ขยับหนี ร่างขาวจัดกอดร่างสูงใหญ่ไว้แน่น ซุกใบหน้าขึ้นสีลงกับบ่ากว้างยามที่ความรู้สึกแปลกๆแล่นปราดไปทั่วร่างตอนที่นัมจุนยกสะโพกเขาขึ้นจนกายร้อนเกือบหลุดออกแล้วกดร่างเขาลงมาใหม่ ความร้อนจัดของนัมจุนแทรกลึกเข้ามาทุกครั้งที่เขาขยับกาย


"อา .. อ้ะ...นัมจุน..อือออ"


เจ้าของชื่อรั้งเสี้ยวหน้าหวานมาประกบจูบพลางเร่งจังหวะขยับกาย ยูนกิเกี่ยวปลายลิ้นตอบสัมผัสแสนดุดันของคนรัก มือขาวลูบไล้แผ่นอกกว้าง ลำคอแกร่งและใบหน้าคมเข้มอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะคว้ากลุ่มผมสีสว่างจิกขยุ้มไว้อีกครั้งขณะที่ยกตัวขึ้นและกดลงรับแรงสวนจากร่างใต้ ลมหายใจของพวกเขาแทบจะกลืนเป็นกระแสเดียวกัน


"ซี๊ดด ...ขย่มอีก..อาห์..แรงๆ..ยูนกิ .."
"อื้อออ..ไอ้ ..อ๊ะ..อือ..ฮ่ะ..อ๊า"


ตั้งใจจะด่าอีกคนว่าไอ้ลามกแต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากบาง เพราะไอ้คนลามกบังคับประคองเอวบางให้ยกขึ้นสูงแล้วกดลงมาอย่างแรงกระทุ้งกายสวนขึ้นมาเสียจนสติของมินยูนกิกระเจิงไปคนละทิศละทาง มือกว้าง เสียงแหบพร่าครางหลง ปล่อยให้อารมณ์รักควบคุมร่างกาย ลูกแก้วสีนิลปรือขึ้นสบกับดวงตาคมและขย่มกายลงแรงๆตามคำขอ


ใบหน้าน่ารักเชิดเงยขึ้นพลางกัดกลีบปากล่างแดงฉ่ำตอนที่ร่อนสะโพกกลมลงรับกายร้อนจัดจนลึกสุด ความอุ่นนุ่มภายในรัดรึงตัวตนของนัมจุนไว้แน่นเหลือเกิน ความเสียวกระสันซ่านไปทั้งกายเขา ... มินยูนกิน่ารักเป็นบ้า


"อือ..นัมจุน ..ไม่ไหว..อ้ะ.."
"มึงนี่นะ ..ซี๊ดด..อาาห์"


พอมองคนที่นั่งคร่อมตักแล้วพบกับสายตาเว้าวอนแบบนั้น ใครจะใจร้ายได้ลงคอ ..


นัมจุนผลักร่างเล็กลงนอนราบกับเตียงแล้วตามขึ้นคร่อมทับทันทีทั้งที่กายยังเชื่อมกันอยู่ สะโพกสอบเริ่มขยับกระแทกกายเข้าหาร่างขาวข้างใต้ทันทีอย่างหมดความอดทน ใบหน้าคมฝังลงกับซอกคอขาวกดจูบและขบกัดอย่างหิวกระหาย ทิ้งร่องรอยสีเข้มบ้างจางบ้างทั่วทุกพื้นที่ที่ลากผ่าน มือคลึงขยำเนื้อนิ่มที่ขาวซีดจนขึ้นรอยแดงแต่งแต้ม


มินยูนกิเชิดสบัดหน้าขึ้นแอ่นกายรับความรักอันหนักหน่วงที่อีกฝ่ายส่งมาให้ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกดีจนแทบคลั่งที่ถูกอีกฝ่ายกระทำแบบนี้ ทุกส่วนของเขากำลังเรียกร้องหาสัมผัสจากนัมจุนอย่างที่ไม่เคยเป็น ยกเรียวขาขึ้นเกี่ยวเอวสอบซ้ำยังโอบกอดแผ่นหลังกว้างไว้ ทิ้งรอยข่วนยาวลงไปเมื่อความเสียวซ่านแล่นไปทั่วทั้งกายจนมากเกินจะรับไหว


"อ้ะ..อ๊ะ..ฮึก..ฮ่ะ..อ๊า..นัม..อื้อ..จุนนา"


เสียงที่เปล่งออกมาชักจะไม่เป็นภาษาเข้าทุกที นัมจุนรั้งเรียวขาขาวขึ้นพาดบ่า กายร้อนแทรกเข้ามาลึกจนรู้สึกจุกแต่แน่นอนว่าถึงบอกไปนัมจุนก็คงไม่ยอมผ่อนแรงอยู่ดี ปลายเท้าขาวจิกเกร็งอยู่เหนือพื้นเตียง ซิบเย็นๆของกางเกงยีนส์แนบกับต้นขาขาวพาให้ร่างเล็กสะดุ้งทุกครั้งที่สัมผัสโดน


"อา..ยูนกิยา .. สุดยอดเลย...อ..ซี๊ดดด"
"นัมจุน..นัมจุน ...อย่ะ..อ่ะ..อ๊า ..!"


ร่างเล็กสั่นไหวไปตามจังหวะรักที่อีกฝ่ายส่งมาทั้งรัวเร็วและรุนแรง ความอุ่นนุ่มที่โอบรัดเขาไว้มากกว่าเดิมทำให้นัมจุนรู้ว่าอีกฝ่ายใกล้ถึงฝั่งฝันเต็มที สะโพกสอบกระแทกช้อนขึ้นจงใจควงสะโพกขยี้จุดกระสันของร่างข้างใต้ย้ำๆจนเสียงแหบพร่าครางขาดห้วง ทุกอย่างมาถึงจุดที่ร่างกายเกินจะรับไหว ยูนกิเป็นฝ่ายได้สวรรค์มาครอบครองก่อน


และด้วยความคับแน่นในตอนที่ร่างเล็กถึงปลายทาง ก็รีดเอาทุกหยาดหยดอารมณ์ของนัมจุนหลั่งไหลตามมาด้วยติดๆ ลมหายใจของทั้งคู่หอบสะท้านแต่ต่างฝ่ายก็ต่างโผเข้าหาอ้อมกอดของกันและกัน คราบน้ำสีขุ่นของยูนกิเปรอะเปื้อนที่หน้าท้องขาวและหน้าท้องสีแทน เช่นเดียวกันในกายของเขาก็มีของเหลวอุ่นจัดของอีกคนไหลวนอยู่


รู้สึกดีชะมัดเลย


นัมจุนถอนกายออกช้าๆ พลางประคองขาเรียวให้อยู่ท่าที่สบายก่อนจะยืดตัวขึ้นถอดแล้วร่อนทั้งกางเกงยีนส์และบ็อกเซอร์ไปกองข้างเตียง ยูนกิขมวดคิ้วน้อยๆกับความอุ่นชื้นที่ไหลย้อนออกมาจากกาย .. รู้สึกแปลกๆอีกแล้ว
  1. 2014/10/23(木) 12:26:06|
  2. bangtan
  3. | Comments:0

[CUT] Moggy (Chanyeol x Jongin) - Part 3 -

ชานยอลชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะลึกๆในลำคอ แม้จะมองไม่เห็นแต่คิมจงอินบอกได้เลยว่า ตอนนี้เขากำลังไม่ปลอดภัย เกร็งตัวแข็งทื่อเมื่อถูกร่างสูงรั้งขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง ปลายคางของอีกคนเกยอยูที่ไหล่ของเขา ไออุ่นจากกายร่างสูงใหญ่ทำให้จงอินแทบทนไม่ไหว


"ติดสัด ? เวลาที่แมวมันหง่าวหาคู่มันใช่มั้ย ?"


จงอินพยักหน้ารับ สติเริ่มแตกกระเจิงตามมือใหญ่ที่เริ่มจับนู่นล้วงนี่อย่างอุกอาจ มือเรียวพยายามจะรั้งรึงแต่อีกคนก็ดื้อเกินกว่าจะเลิกรา สองข้างแก้มเนียนร้อนผ่าวตามรอยจูบจากริมฝีปากอิ่ม พอเบี่ยงหลบก็กลายเป็นว่าเปิดทางให้ปลายจมูกโด่งไซร้ลงที่ซอกคอ สูดกลิ่นฟีโรโมนหอมฟุ้งที่กระชากความอดทนของปาร์คชานยอลให้กระจายหายไป


"เจ้านาย .. หยุดเถอะ .."
"จงอินนา .. ฉันรู้ว่านายก็แทบทนไม่ไหว แล้วจะทนไปทำไม ?"
"อื้อ!"


จงอินหลุดร้องเสียงดังเมื่อความร้อนรุ่มกลางกายถูกมือใหญ่ตะครุบไว้เต็มอุ้งมือทั้งคลึงทั้งขยำผ่านเนื้อผ้าบางของกางเกงนอน เลื่อนฝ่ามือลงหมายจะห้ามก็ทำได้เพียงบีบมือใหญ่กว่าไว้แน่น ใบหน้าคมเชิดขึ้นอิงไปกับไหล่กว้าง ปล่อยลมหายใจหนักๆกับความปวดมวนช่องท้อง สัญชาตญาณดิบในตัวใกล้ชนะความคิดขัดแย้งในสมองเต็มที


"หึ"


เจ้าของมือใหญ่ยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นอีกคนทิ้งร่างระทดระทวยอยู่ที่อกเขา แผ่นหลังที่แคบกว่าแนบสนิทกับอกกว้าง ใบหน้าคมที่มองเห็นจากด้านข้าง ริมฝีปากหยักเผยอขึ้นน้อยๆและเสียงอึกอักในลำคอกำลังดึงดูดปาร์คชานยอลด้วยแรงมหาศาลอีกครั้ง มือข้างที่ว่างประคองข้างแก้มเนียนให้หันมาหาเขาก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าประทับจูบแนบแน่น


กลีบปากสีอ่อนถูกบดคลึงและดูดดึงอย่างนิ่มนวล เนิบนาบค่อยเป็นค่อยไปราวกำลังหลอกล่อเด็กน้อยที่ตื่นกลัวให้เชื่อใจด้วยขนมหวาน จนเด็กน้อยยอมเปิดทางและเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเอง ทันทีเจ้าแมวในกำมือยอมเปิดทาง ปลายลิ้นร้อนก็ไม่รั้งรอที่จะแทรกเข้าหาแหล่งน้ำหวานอย่างหิวกระหาย


แต่คงไม่ใช่ชานยอลเพียงฝ่ายเดียวที่กระหายในรสสัมผัส ร่างสูงผงะไปเล็กน้อยเมื่อเจ้าแมวในกำมือผละออกแล้วย้ายตัวเองขึ้นมานั่งคร่อมตักแกร่ง มือเรียวคว้าใบหน้าคมไว้และประกบจูบลึกต่อทันที เรียวลิ้นอุ่นบุกรุกเข้าหาเจ้านายของตนอย่างแสนซน แต่ก็ต้องยอมล่าถอยเมื่อชานยอลดูดปลายลิ้นนุ่มแรงๆจนจงอินผวาร่างขึ้น


"อือ ~"


พอกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมอีกครั้งใบหน้าหล่อก็เอียงเปลี่ยนองศากดจูบลึก ซึ่งแมวเหมียวในกำมือก็แสนเอาอกเอาใจเจ้านาย หลับตาพริ้มให้ริมฝีปากแลกความชุ่มฉ่ำกันไม่ห่าง สะโพกแน่นเนื้อขยับบดเบียดหน้าตักแกร่งเป็นการหยอกยั่ว ขณะที่มือเลื่อนไปขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มจนยุ่งเหยิงไปหมด


"อึ๊ .. อือ"


มือใหญ่สอดเข้าใต้เสื้อนอนสีเข้ม ลากลูบไปทั่วผิวเนื้อลื่นมือตั้งแต่หน้าท้องราบ เอวสอบและแผ่นหลังเนียน ขณะที่ข้างหนึ่งเพลิดเพลินที่ส่วนบน อีกข้างก็เลื่อนต่ำลงจนหายเข้าไปในกางเกงนอนตัวบาง สะโพกกลมยกขึ้นอย่างรู้หน้าที่เพื่อให้เจ้านายกำจัดมันไปอยู่ข้างเตียง


ใบหน้าหล่อเหลาพรหมจูบหวานไปทั่วทั้งใบหน้าคม ไล่จากปลายจมูกรั้น หน้าผากมน พวงแก้มเนียน และลากปลายลิ้นจากสันกรามจะมาถึงลำคอระหงส์ ริมฝีปากร้ายกาจแนบจูบหนักทั้งกัดทั้งขบราวจะกลืนกินร่างบนตักเข้าไปทั้งร่าง มือก็ไม่ปล่อยให้ว่าง เร่งปลดกระดุมเสื้อนอนแสนเกะกะออกอย่างรวดเร็ว


พอถอดคาไว้ที่หัวไหล่ คนใจร้อนก็เลื่อนใบหน้าฝังลงที่แผ่นอกสีน้ำผึ้ง เสียงนุ่มหลุดครางแผ่วเบายามที่ความร้อนจัดตรีตราสีช้ำลงบนร่าง ก่อนจะสะท้านไปทั้งกายด้วยสัมผัสร้อนชื้นที่เข้าครอบครองจุดเด่นที่ประดับหนั่นเนื้อ ปลายลิ้นสากเขี่ยสกิดหยอกเอิญให้ลมหายใจสะดุด ดูดรั้งแรงๆจนเกิดเสียงให้มือเรียวจิกเส้นผมสีเข้มเข้าเต็มกำมือ


"เจ้านาย ..อ่ะ .. อื้อ !"


อีกข้างก็หาได้ปล่อยว่าง นิ้วหัวแม่มือบดขยี้หนักหน่วงจนแผ่นอกสีน้ำผึ้งต้องแอ่นรับ ริมฝีปากหยักเผยอขึ้นปล่อยลมหายใจหอบดวงตาหลับพริ้ม เสื้อนอนหล่นมากองที่ข้อแขน พอชานยอลผละใบหน้าออกมาเพื่อมองสบตาอีกคนก็ได้พบกับคำขอร้องจากนัยตาสีฟ้าฉ่ำน้ำ


"ถอดให้ฉันสิ"


ในเวลานี้จงอินเป็นเพียงลูกแมวเชื่องๆที่พร้อมจะทำตามทุกคำสั่งเพียงเจ้านายบอกให้ทำ มือเรียวถอดเสื้อยืดใส่นอนออกไป แล้วผลักร่างสูงให้นอนราบลงกับพื้นเตียง เลื่อนไปปลดกางเกงก่อนจะกลับขึ้นมานั่งทับหน้าขาแกร่งไว้อีกครั้ง ความอุ่นร้อนของผิวเนื้อที่แนบชิดกันยิ่งเรียกความกระสันอยากในตัวให้แตกพล่าน


เจ้าแมวที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาท โน้มตัวลงแนบริมฝีปากนุ่มที่แต้มสีสดด้วยรสจูบลงกับผิวขาวของเจ้านายตน จงอินไม่ได้สัมผัสรุนแรงหรือรีบร้อนแต่ยั่วยวน ทุกครั้งที่ประทับรอยบนผิวเนื้อของเขาปลายลิ้นนุ่มจะเลียซ้ำที่เก่าราวปลอบประโลมทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


ชานยอลผ่อนลมหายใจหนักตอนที่ร่างโปร่งแทรกตัวตรงกลางหว่างขาและปรนเปรอให้ ปลายลิ้นนุ่มไล้เลียตั้งแต่โคนจรดปลาย ก่อนจะครอบครองเอาทั้งหมดเข้าไปรูดรังภายในโพรงปากอุ่นร้อน มีบ้างที่ฟันคมครูดโดนแต่นั่นเรียกเสียงครางซี๊ดจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี


"จงอิน .. อา ..พอก่อน .. มานี่มา"


นัยตาสีฟ้าช้อนมองมาก่อนจะยอมผละออกมา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อถูกรั้งลงไปนอนแทนที่ร่างสูงใหญ่นั้นคร่อมอยู่เหนือตน ดวงตากลมวาวมองพิศร่างแสนยั่วยวนข้างใต้ ก้มลงมอมเมาเจ้าแมวในกำมือด้วยจูบที่ราวกับจะสูบวิญญาณออกจากร่าง


และด้วยความเผลอไผลนั้นเองที่ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามือใหญ่เลื่อนลงต่ำตั้งแต่เมื่อไหร่ จะรู้สึกตัวก็ตอนที่มีบางอย่างแทรกเข้ามาในกาย ปลายนิ้วยาวกระทั้นเข้าสุดข้อนิ้วตามด้วยนิ้วที่สองและสาม แรงจิกบนแผ่นหลังทำให้ชานยอลต้องหยุดมือไว้เท่านั้น


"เจ้านาย ..อึ่ก ..จงอินเจ็บ .."
"อ่า .. มันแน่นมากๆ ..ทนหน่อยนะ"


เสียงนุ่มสั่นเครือครางหงิงเมื่อเขาเริ่มขยับนิ้วทั้งสาม จงอินละมือจากไหล่เขาและพาดหลังมือปิดปากตัวเอง อีกข้างจิกกำหมอนแน่น ชานยอลค่อยๆดึงออกและสอดกลับเข้าไปช้าๆซ้ำ ๆจนเริ่มขยับได้สะดวกขึ้นและก็เริ่มควานหาจุดที่จะปรนเปรอเจ้าเหมียวของเขาที่สุขสม


"อ้ะ .. เจ้านาย .. อื้อ! ..น..นั่น"
"ตรงนี้ ?"


ไม่นานเสียงครางที่หลุดออกมาก็บอกชานยอลว่าเขาควรจะเอาใจเจ้าเหมียวอย่างไร ปลายนิ้วยาวคลึงย้ำจุดเดิมไปมาจนสะโพกกลมสั่นระริกแทบกลั้นเสียงครางไว้ไม่อยู่ รอยยิ้มกริ่มทำให้จงอินอยากจะข่วนหน้าคนขี้แกล้งเสียที แต่ก็ทำได้เพียงคิดเพราะความวูบโหวงในช่องท่องกำลังเข้าเล่นงาน


พอแกล้งจนสมใจอยากเจ้านายหนุ่มก็ละมือออกมาและเลื่อนตัวขึ้นทาบทับร่างใต้อาณัติ ขาเรียวสีน้ำผึ้งถูกรั้งมาเกี่ยวเอวแกร่งไว้ คนทะลึ่งจงใจเสียดสีส่วนกลางกายร้อนจัดกับแก้มก้นนุ่ม จนจงอินเม้มปากแน่นเบือนหน้าหนีสายตาวาววับเพราะมันยิ่งทำให้เขาอยากปลดปล่อยตัวเอง


"จงอินต้องการฉันรึยัง หื้อ?"
"อือ .. จงอินต้องการเจ้านาย .."


ชานยอลยกยิ้มพอใจที่คนใต้อาณัติเชื่อฟังเขาอย่างน่ารัก จุมพิตที่หน้าผากมนปลอบประโลมก่อนจะแทรกกายเข้าหาอย่างช้าๆ จงอินโผเข้ากอดร่างสูงไว้แน่น รู้สึกเจ็บเสียดจนร้องไม่ออก ปลายเล็บคมทิ้งรอยข่วนไว้บนแผ่นหลังกว้างเมื่อรับความร้อนระอุเข้าไว้ในร่างจนหมด


ลมหายใจหอบสั่น คิ้วสวยขมวดแน่น ริมฝีปากเม้มจนเป็นเส้นตรง แต่ปาร์คชานยอลมองว่ามันเซ็กซี่เหลือเกิน เขาต้องใช้ความอดทนอย่างมากที่จะไม่เอาแต่ใจตัวเอง เจ้านายหนุ่มแนบจูบหวานแทนคำพูด เริ่มขยับกายให้อีกคนปรับตัว ความคับแน่นที่โอบล้อมเขาไว้กำลังจะกระชากความสำนึกผิดชอบชั่วดีของชานยอลออกไป


ถอดถอยออกมาจนเกือบสุดและสอดลึกเข้าไปอีก ความฝืดเคืองเริ่มลดลงเมื่อน้ำล่อลื่นตามธรรมชาติเริ่มหลั่งออกมาตามอารมณ์ของผู้ร่วมรัก ปมที่คิ้วสวยยังไม่คลายลงหากแต่กลีบปากสีสดเผยอขึ้นปล่อยเสียงครางสั่นพร่าอย่างไม่อาจทานทน


"เจ้านาย .. อื้อ ..อ่ะ ..อา .."
"เรียกชื่อฉัน ..จงอินนา"
"ช...ชาน ..อา ..ชานยอล ..อ้า!"


จงอินครางเรียกชื่อเจ้านายของตนกระเส่าสั่น ปรือตามองร่างสูงที่อยู่เหนือตน สีหน้ายามที่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์รักของชานยอลทำให้เขากระดากอายแต่ก็รู้สึกดีเหลือเกิน เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเรียกชื่อเขาอยู่ข้างหู พลางซุกไซร้ไปทุกส่วนซึ่งชายหนุ่มก็ยินยอมด้วยความเต็มใจ


ร่างกายสั่นไหวไปตามแรงกระแทกที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ มือใหญ่ช้อนสะโพกแน่นเนื้อขึ้นสูงกระทั้นกายลึก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังคลอเสียงครางฉุดอารมณ์ดิบให้พุ่งพล่าน ปลายเท้าของจงอินจิกเกร็งอยู่เหนือพื้นเตียง ความรู้สึกภายในร่างปั่นป่วน ไม่รู้จะระบายออกมาอย่างไร


"อา .. ชานยอล .. ได้โปรด ..อือ ..อ้ะ"
"อา .. จงอินนา .. ฉันจะคลั่งตายอยู่แล้ว"
"ชานยอล .. รักจงอินอีก ..มากกว่านี้ ..อ๊า!"


จงอินร้องเสียงหลงเมื่อถูกร่างสูงรั้งขึ้นให้นั่งคร่อมตักแกร่งอีกครั้ง แกนกายร้อนระอุที่คาอยู่ในร่างแทรกลึกเข้ามาจน ร่างแสนยั่วยวนสั่นสะท้านผวากอดร่างสูงไว้แน่นเมื่ออีกฝ่ายกระแทกกายสวนขึ้นมาอย่างไม่ปราณีกันเลย ความเสียวกระสันแลบวาบในทุกประสาทสัมผัส


ห้วงอารมณ์รักฉุดให้จงอินหลุดจากการควบคุม ร่างสีน้ำผึ้งเริ่มยกสะโพกขึ้นและกดลงรับจังหวะของชานยอล มือเรียวยึดไหล่กว้างไว้เป็นหลักก่อนจะเริ่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะ สะโพกแน่นเนื้อส่ายร่อนพร้อมกับเกร็งกายรัดรึงท่อนอุ่นร้อนในร่าง เสียงทุ้มครางซี๊ดในความซาบซ่าน


มือใหญ่ประคองข้างเอวสอบ มองดูร่างที่กำลังเริงระบำอยู่บนร่างของเขา นัยตาสีฟ้าใสปรือขึ้นและมองมาที่เขาเช่นกัน น้ำใสคลอหน่วยที่หางตาก่อนจะร่วงหล่นลงมาตามแก้มเนียนช้าๆด้วยความสุขสมที่มากเกินจะระบายออกมา มือเรียวละจากไหล่เขาเลื่อนขึ้นจิกขยุ้มเส้นผมหยักศกของตัวเอง เชิดหน้าขึ้นครางแผ่วเบาขณะโยกสะโพกเสียดสีกับหน้าขาแกร่ง


"อ่ะ .. อือ..ชานยอล"


ปาร์คชานยอลแทบจะคลั่งตายเดี๋ยวนี้ ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นรับจูบจากร่างด้านบนที่เริ่มขย่มกายอย่างหนักหน่วงและถี่รัว เกลียวลิ้นสลับรับเล่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่น้ำหวานใสก็ไหลย้อยที่มุมปากของจงอิน มือใหญ่ที่อยู่ไม่เคยเฉยประคองแกนกายอุ่นไว้ในอุ้งมือ รูดรั้งตามจังหวะขย่มกายของอีกคน เสียงทุ้มครางสั่นเมื่อภายในของจงอินรัดเขาแน่นขึ้นอีก


"อาห์ .. จงอิน ..ซี๊ด ..ฉัน...อึ่ก"
"ยอล .. อ๊า ..ชาน..อ้ะ อ้ะ..ชานยอล"
"จงอินนา .. อือ..!"


จงอินหลับตาแน่นครางเพ้อหาอีกคนเมื่ออารมณ์ใกล้ถึงจุดที่เกินจะอดกลั้นได้อีก ใบหน้าคมซุกลงกับไหล่กว้างและทิ้งตัวลงเป็นจังหวะสุดท้าย ทุกอย่างขาวโพลนและหยุดนิ่ง ร่างสีน้ำผึ้งหอบสะท้านกอดร่างสูงของเจ้านายแน่น


ชานยอลเลื่อนมือตัวเองขึ้นมองคราบน้ำสีขุ่นที่เปรอะอยู่เต็มไปหมดแล้วค่อยแลบลิ้นเก็บเอาทุกหยาดหยดลงคอไป จงอินรู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร แต่เขาไม่หันไปมองเต็มสายตาให้ตัวเองอายเล่นๆหรอก ร่างโปร่งสะดุ้งตกใจเมื่อตัวเองถูกรั้งขึ้นจนแกนกายอุ่นหลุดออก แต่ก็ต้องครางหงิงออกมาเมื่อของเหลวอุ่นจัดไหลย้อนออกมาจากร่างลงตามขาเรียว
  1. 2014/07/21(月) 02:22:18|
  2. Category: None
  3. | Comments:0

[SF] Yesterday Today Tomorrow (Namjoon x Seokjin)



Title : Yesterday Today Tomorrow
Rate : NC - 17
Author : JOREN'z
Talk : โมเม้นนัมจินมันกระแทกตาเกินจะทานทนจริงๆค่ะ ... T..T ก็ยังคงความหวาน ละมุนเอาไว้เหมือนเดิมนะคะ เพราะว่าไม่มีความสามารถในการเขียนแนวดราม่าจริงๆ จะเอาฮา จะเกรียนก็กลัวจะแป้ก จะอีโรติคก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะเสียเลือด(?)เสียพลังงานมาก สรุปคือไม่ต้องเขียนค่ะ 55555555555555 ล้อเล่งๆ เอนจอย วิท นัมจินนะคะ <3


Yesterday


.

.

.


วันนั้น ...


คิมซอกจินกำลังโดนแกล้ง โดนรุมแกล้งเลยล่ะ


เพราะว่าคิมซอกจินชอบสีชมพู แล้วก็คิตตี้


แค่ชอบสีชมพู ทำไมเพื่อนผู้ชายต้องรุมแกล้งเขาด้วย ?


'นาฬิกาสีชมพู ร้องเท้าผ้าใบสีชมพู เป้สีชมพูแถมลายคิตตี้อีกต่างหาก ! 555555555555'
'ผู้ชายสีชมพู ~ น่ารักชิบหายเลยว่ะ'
'ฉันคือพิ้งค์กี้จินนี่ ปริ๊ง ~ '


เสียงล้อเลียนของเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ดังอยู่รอบๆไม่ขาด เด็กชายคิมซอกจินชั้น ป.5 นั่งกอดเขาฟังเสียงล้อเลียนเหล่านั้น เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดินทรายและสีฝุ่นสีชมพูที่ถูกกับดักของเพื่อนร่วมชั้นเข้าให้ระหว่างทางไปสวนหลังโรงเรียน


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนแกล้ง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยหนักเท่าครั้งนี้มาก่อน ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นตัวประหลาดและกำลังอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ประเดประดังเข้ามาในใจของเด็กชายที่ได้รับการเลี้ยงดูถนุถนอมมาอย่างดีจากครอบครัว มันเกินกำลังที่เด็กชายอย่างเขาจะรับไหว


'ฮึ่ก ..'
'เฮ้ย แม่งร้องไห้เลยว่ะ 5555555555555'
'ไอ้ตุ๊ดเอ้ย!!'
'โอ๋ๆ จินนี่ไม่ต้องร้องนะ มานี่มา เช็ดหน้าให้'


ใบหน้าของเขาถูกจับให้เงยขึ้น เด็กชายที่แสร้งทำเสียงสงสารเอ่ยจะเช็ดน้ำตาให้ก็ยื่นมือที่เปื้อนสีชมพูแปร๋นออกมาป้ายเข้าที่ใบหน้าเปรอะน้ำตาของซอกจินตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะที่ฟังจากที่ไกลๆยังรู้ได้ว่ากำลังสนุกสนานขนาดไหน


'เห้ย ชักจะเบื่อแล้วว่ะ กลับเหอะ'
'จินนี่ก็รีบๆกลับบ้านไปบอกแม่นะว่า จินนี่ชอบสีชมพูเลยเอาสีชมพูทาตัว อยากมีสีชมพูทั้งตัวเลย ~'
'55555555555 ว่าแต่นี่มีสีเหลือตั้งเยอะ เสียดายว่ะ'
'อ่ะ...ให้ละกัน'


สิ้นประโยคสุดท้ายสีโปสเตอร์สีชมพูในแก้วพลาสติกก็ไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกผ่านศีรษะกลม เสื้อนักเรียนสีขาวและกางเกงนักเรียนของเด็กชายซอกจิน


'ไปเว้ยพวกเรา'


เสียงพูดคุยเยาะเย้ยและเสียงหัวเราะสะใจค่อยๆห่างออกไปตามกลุ่มเด็กชายเหล่านั้น ไปหน้ากลมของซอกจินซุกลงกับหัวเข่าปล่อยน้ำตาร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่เขาก็ถูกแกล้งไม่เว้นแต่ละวัน ทุกครั้งก็หนักขึ้นเรื่อยๆ คนพวกนั้นเห็นเขาเป็นตัวประหลาด จนเขาก็แทบจะเชื่อว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดจริงๆอยู่แล้ว


'นี่ ..'
'ฮือ..ฮึ่ก'
'คิมซอกจิน'
'ฮืออออ...'
'จะนั่งอยู่ตรงนี้รอให้มีเจ้าชายมาพากลับวังรึไง ?'


ประโยคประชดประชันถูกส่งมาให้เด็กชายที่กำลังจะตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอก คิมซอกจินจำต้องเงยหน้ามองเจ้าของเสียงห้วนห้าวนั่นทั้งๆที่น้ำตายังไหลไม่หยุด ในใจเตรียมรับการกลั่นแกล้งอีกครั้ง เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่คนหน้าตาใจดีเลยซักนิด


'...'
'ร้องให้ตายนายก็ไม่ได้กลับบ้าน สีพวกนี้ก็ไม่ได้หลุดจากตัวนาย'
'...'


เมื่อเห็นคนที่อายุเท่ากันยังคงเงียบ เด็กชายผู้มาใหม่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆก็สุดแสนจะสมเพชในตัวคิมซอกจินเหลือเกิน จริงๆจะปล่อยเจ้านี่ไว้ตามเวรตามกรรมก็ได้ เพราะมันไม่ใช่ธุระอะไรของเขาอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ ...


'มานี่มา'


เอื้อมมือไปฉุดมืออีกคนที่ทำตัวเป็นใบ้ใส่เขาให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะลากไปที่ก๊อกน้ำของสวนหลังโรงเรียน ในเวลานี้ค่อนข้างเย็นแล้วเลยไม่มีคนเข้ามาในบริเวณนี้ เด็กชายแปลกหน้าเปิดก๊อกน้ำก่อนจะดึงเอาคนที่ลากมาด้วยให้ก้มหัวลง แต่เจ้าตัวชมพูจะยังขืนตัวไว้จนต้องเปลืองน้ำลายพูดเสียงเบาออกไปอีกครั้ง


'ก้มหัวลงสิ จะได้ล้างสีให้'


พอได้ยินแบบนั้นซอกจินก็ยอมก้มหัวลงแต่โดยดี น้ำเย็นที่ไหลผ่านเส้นผมของเขาลงสู่พื้นโลกเป็นสีชมพูสดหัวกลมโคลงคลอนเล็กน้อยยามที่มือของอีกฝ่ายสางผมของเขาให้แน่ใจว่าล้างสีออกหมด เด็กชายเอื้อมไปปิดก๊อกน้ำ หยดน้ำสีใสหยดติ๋งจากเส้นผมนิ่มของคนที่ทำท่าจะเงยหน้าขึ้น


'อย่าเพิ่งเงยหน้า'


ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกโปะลงมาบนหัวกลมๆของเด็กชายซอกจิน ก่อนจะออกแรงขยี้เช็ดให้เส้นผมเปียกชุ่มแห้งลงบ้าง ด้วยกลัวว่าอีกคนจะก้มหัวนานเกินไปจนหน้ามืดเลยจับให้เจ้าเด็กชมพูกลับมายืนในท่าปกติ พอเส้นผมนิ่มที่สะอาดดีแล้วและไม่มีน้ำหยดติ๋งๆ เด็กชายแปลกหน้าก็หันไปซักผ้าขนหนูผืนเดิมบิดให้พอหมาด


'อยู่เฉยๆ'


สั่งเสียงเรียบนิ่งจนคนโดนสั่งได้แต่ทำตามที่อีกคนบอก ผ้าขนหนูสีขาวชื้นๆค่อยไล้ไปตามแก้มใสที่เปื้อนสีอย่างแผ่วเบา รวมทั้งจุดอื่นๆที่ตั้งแต่ลำคอ แขนนุ่มนิ่ม และขาขาวส่วนที่พ้นกางเกงนักเรียนขาสั้นออกมา เด็กชายที่เขาไม่คุ้นเคยกำลังย่อตัวลงเช็ดขาให้กับเขา


พอรอยเปื้อนบนร่างขาวจางหายไปจนหมดเด็กชายแปลกหน้าก็หันไปซักผ้าขนหนูอีกรอบแล้วก็เช็ดใบหน้าใสด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ คราวนี้ซอกจินที่ก้มหน้าหลบสายตามาตลอดก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกคนเต็มตาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่โดนลากมา


'เอ่อ .. ขอบคุณนะ'
'อืม'
'ฉัน...'
'ฉันชื่อนัมจุน อยู่ห้องเดียวกับนาย แต่ดูเหมือนว่านายจะไม่เคยสังเกตุว่าฉันมีตัวตนอยู่ในห้องด้วย'


เป็นอีกครั้งที่ซอกจินเงียบ เป็นอีกครั้งที่ซอกจินก้มหน้าลงหลบสายตาอีกฝ่าย ที่จริงก็คุ้นหน้าเพื่อนร่วมชั้นคนนี้อยู่เหมือนกันแต่ไม่เคยรู้จักชื่อ และไม่เคยคุย เพราะนัมจุนมักจะอยู่คนเดียว และแผ่รังสีน่ากลัวออกมาตลอดเวลา ทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปทักต่างหาก


'บ้านอยู่ไหนล่ะ ? เดี๋ยวไปส่ง'


.

.

.


เช้านี้เด็กชายซอกจินกึ่งเดินกึ่งกระโดดเข้ามาในห้องเรียนด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมกระเป๋าเป้สีชมพูใบใหม่ ไม่มีการแกล้งขัดขาเขาเวลาที่เขาเดินผ่านโต๊ะของพวกนักเลง ไม่มีแม้แต่เสียงล้อเลียนว่า 'พิ้งค์กี้จินนี่' อย่างที่เคยเป็น ไม่มีคิมซอกจินที่โดนกลั่นแกล้งตลอดเวลาอีกต่อไปแล้ว


ชีวิตของเด็กชายซอกจินเปลี่ยนไป


เด็กชายสีชมพูนั่งลงตรงที่นั่งใหม่ โต๊ะคู่สุดท้ายของแถวริมหน้าต่างที่มีใครอีกคนกำลังนั่งท้าวคางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉยติดจะเบื่อหน่ายซะด้วยซ้ำ ปลายนิ้วสกิดต้นแขนเพื่อนใหม่ให้หันมาสนใจตนเอง ก่อนจะยื่นห่อข้าวปั้นให้พร้อมรอยยิ้มแสนสดใส


'ฉันรู้ว่านัมจุนยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนทุกวัน เลยให้แม่ทำมาเผื่อ'
'....ขอบใจ'
'อื้อ! มากินด้วยกันนะ'


นัมจุนมองอีกคนที่ชูข้าวปั้นของตัวเองขึ้นมาแล้วแกะมันกินอย่างไม่รีรอ ดูท่าทางจะหิว แต่ก็ยังทนมากินข้าวเช้ากับเขาทั้งๆที่จะกินจากบ้านมาเลยก็ได้ เด็กชายนัมจุนส่ายหน้าน้อยๆ แต่ก็อดจะยิ้มกับท่าทางน่ารักของเพื่อนใหม่ไม่ได้


ใครว่าชีวิตของคิมซอกจินเปลี่ยนไปคนเดียวกันล่ะ .


.

.

.


เด็กชายคิมนัมจุนยืนพิงกำแพงของห้องเก็บของในสวนหลังโรงเรียน สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงแต่สายตาก็มองเด็กชายอีกคนที่กำลังรดน้ำ พรวนดิน แล้วก็พูดอะไรงุ้งงิ้งๆกับต้นไม้ตรงหน้า ดูคิมซอกจินจะมีความสุขกับการคุยกับต้นไม้ต้นนั้นมาก ถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว


แต่คิมนัมจุนก็ยังยิ้มตาม


แล้วพออีกคนหันมาก็รีบปั้นหน้านิ่งทันที ส่วนเด็กชายซอกจินผู้ใสซื่อก็ยังคงส่งยิ้มมาให้เขาก่อนจะเดินไปล้างมือแล้วกลับมายืนตรงหน้าเขา มือยกขึ้นกระชับเป้สีชมพูบนหลัง


'กลับบ้านกันเถอะนัมจุน'


นัมจุนไม่ตอบอะไร เพียงแค่พยักหนาแล้วก็เดินนำเด็กชายสีชมพูไปยังที่จอดรถจักยาน กิจวัตรประจำวันของคิมซอกจินหลังเลิกเรียนคือการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ในสวนหลังโรงเรียนทุกวัน ส่วนคิมนัมจุนก็จะคอยดูเด็กชายสีชมพูดูแลต้นไม้จนเสร็จเพื่อกลับบ้านด้วยกันทุกวัน นัมจุนจะปั่นจักรยานไปส่งซอกจินก่อนถึงจะกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ห่างจากบ้านของซอกจินแค่ไม่กี่หลัง


ดีกว่าปล่อยให้ซอกจินเดินกลับบ้านคนเดียว


พอเห็นว่าอีกคนขึ้นมานั่งซ้อนท้ายเรียบร้อยแล้ว นัมจุนก็ออกแรงปั่นจักยานสีเทาของเขามืออุ่นๆของซอกจินเอื้อมมาเกาะเอวเขาไว้หลวมๆ กรอบหน้าเรียวลอบหันมามองอีกคนทีกำลังมองสิ่งรอบข้างอย่างสบายใจ ก่อนจะหันกลับไปทางเดิมแล้วคิมนัมจุนก็ยิ้มออกมาอย่างไร้เหตุผลอีกครั้ง


'ฉันหนักมั้ยนัมจุน'
'หนัก'
'อ่า...'
'ซอกจินอ้วน'
'...'
'แต่ก็น่ารักดี'


เด็กชายสีชมพูที่กำลังทำหน้าหงอย ยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเด็กชายหน้านิ่งชมว่าเขาน่ารัก มือเล็กเอื้อมไปกอดเอวอีกคนไว้ พลางเกยคางบนแผ่นหลังของคนที่อายุไล่เลี่ยกันอย่างออดอ้อน ถึงไม่หันไปมองนัมจุนก็สามารถเดาได้ว่าซอกจินกำลังทำหน้าแบบไหน


'ฉันน่ารักจริงๆหรอนัมจุน'
'อืม...'
'อะไรนะ ? ไม่ได้ยินเลย'
'ถ้ายังพูดมากอีก ก็จะไม่น่ารักแล้ว'


เสียงนิ่งๆที่ตอบกลับมาทำให้ซอกจินต้องเงียบลงโดยไม่มีทางเลือก แต่เขาไม่ได้หงอยหรอกนะ เพราะแค่นัมจุนบอกว่าเขาน่ารักก็กลั้นยิ้มไว้แทบไม่ไหวแล้ว ซอกจินเปลี่ยนจากการเกยคางเป็นแนบแก้มลงไปบนแผ่นหลังอุ่นแทน แขนขาวก็ยังคงกอดเอวของเด็กชายนัมจุนไว้


ส่วนเด็กชายหน้านิ่งที่แกล้งทำเฉยกลบเกลื่อนอาการเขินก็ยังคงยกยิ้มขึ้นจนแก้มตุ่ย ชีวิตของคิมนัมจุนเองก็เริ่มมีคิมซอกจินแทรกเข้ามาทีละนิด ทีละนิด ในกิจวัตรประจำของเขาแต่มันไม่น่าเบื่อเลยซักนิด ซอกจินไม่น่าเบื่อเลยสำหรับนัมจุน


.

.

.



กินข้าวเช้าด้วยกัน


นั่งเรียนข้างกัน


กินข้าวกลางวันด้วยกัน


คิมซอกจินดูแลต้นไม้ คิมนัมจุนยืนมอง


กลับบ้านด้วยกัน


คิมนัมจุนปั่นจักรยาน คิมซอกจินซ้อนท้าย


ทำการบ้านด้วยกัน


อาบน้ำด้วยกัน


นอนด้วยกัน


ไปไหนมาไหนด้วยกัน


.

.

.

Today

.

.

.


ติ๊ดๆๆๆ !! ติ๊ดๆๆๆ !!


เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในยามเช้ารบกวนห้วงนิทราของเด็กหนุ่มวัยกำลังเหี้ยวให้ต้องลืมตาตื่น เอื้อมมือไปตะปปปิดเสียงน่ารำคาญบนหัวนอน แต่พอจะยันตัวลุกขึ้นก็รู้สึกถึงบางอย่างที่กอดก่ายเขาไว้ต่างหมอนข้าง พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบสิ่งมีชีวิตชื่อคิมซอกจินนอนทับตัวเขาอยู่กว่าครึ่ง


แต่นัมจุนก็ไม่ได้รำคาญหรือผลักไสคนตรงหน้าเลย กลับมีรอยยิ้มบางๆรับรุ่งอรุณเสียอีกด้วย นิ้วเรียวเกี่ยวปลายผมนิ่มสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงเล่นเบาๆ พลางเรียกคนที่ยังหลับไม่รู่เรื่องให้ตื่นจากนิทราเสียที


"ซอกจิน ตื่นเถอะ"
"..."
"หนัก"


แม้คำพูดจะสั้นห้วน แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นก็แสนอ่อนโยนจนคนที่เริ่มรู้สึกตัวอยากจะนอนต่ออีกรอบ ถ้าไม่ติดว่าร่างโปร่งโดนพลิกให้มานอนอยู่บนเตียงแล้วเจ้าของเสียงทุ้มเมื่อครู่ก็ทาบทับกายลงมากลั่นแกล้งเขาแต่เช้า


"อือ... หนักนะ"


เสียงสะลึมสะลือบ่นง้องแง้งเรียกรอยยิ้มจากคิมนัมจุนได้อีกครั้ง ดวงตากลมปรือขึ้นมองคนเหนือร่าง ริมฝีปากอิ่มยื่นยู่ด้วยอารามขัดใจเล็กๆ แต่ก็ทำให้นัมจุนอดไม่ได้ที่จะลงไปฟัดพวงแก้มนุ่มนิ่มให้หายมันเขี้ยวสักที ซึ่งคิมซอกจินก็ทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง


"นัมจุนปล่อยนะ อือ !"
"ไม่"
"สายแล้ว..."
"หึ"


จะไปสายได้ยังไง คิมนัมจุนตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเวลาไว้เพื่อฟัดคิมซอกจินโดยเฉพาะอยู่แล้ว เวลาเหลือเฟือน่ะสิไม่ว่า ใช้เวลาเล่นมวยปล้ำกันอยู่ซักพักคิมซอกจินก็สามารถหลุดจากอ้อมแขนคิมนัมจุนได้โดยการตกเตียง คงจะพยศมากไปหน่อยจนไม่ทันระวัง นัมจุนก็ยังจะหัวเราะซ้ำเติมแทนที่จะช่วยกัน


ผู้ชายสีชมพูลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวสีชมพูจ้ำเข้าห้องน้ำไป ส่วนนัมจุนก็จัดการเก็บที่นอน ผ้านวมสีเทาที่มีกลิ่นของเขาและซอกจินถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบ เมื่อคืนซอกจินอยู่ทำงานที่บ้านเขาจนดึกดื่น ถึงบ้านจะอยู่ใกล้แค่นี้แต่ก็ยังขี้เกียจกลับ เลยนอนค้างมันเสียเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ห้องเขาจะมีของใช้และเสื้อผ้าของซอกจินอยู่ เช่นเดียวกับห้องของซอกจินที่มีของของเขาติดไว้


ไม่นานซอกจินก็ออกมาจากห้องน้ำ ที่เอวมีผ้าขนหนูสีชมพูหวานพันไว้ พอโยนชุดนอนลงตะกร้าก็เดินไปหน้าตู้เสื้อผ้าเตรียมจะแต่งตัว แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องโอบเอวเขาไว้ตามด้วยสัมผัสอุ่นๆจากริมฝีปากหนาที่ทาบลงบนผิวเนื้อชื้นน้ำ


"นัมจุน ..."
"หืม?"
"ไปอาบน้ำไป"
"เดี๋ยวก่อน"


แม้จะเอ่ยปากไล่แต่ก็ไม่ได้ออกแรงขัดขืนซักนิดเดียว แบบนี้คิดว่าคิมนัมจุนจะยอมไปรึไง ? ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นริ้วแดงที่ใบหูขาว จากหัวไหล่มนลากสัมผัสแผ่วเบามาเรื่อยๆ ที่ต้นคอด้านหลังและแผ่นหลังด้านบน จงใจประจับจูบทิ้งทายให้เกิดเสียง 'จุ้บ' ก่อนจะผละออก


คิมซอกจินที่กำลังจะหันมาโวยวาย ก็เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆของอีกคนหายเข้าห้องน้ำไปแล้ว นึกเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นัมจุนกลายเป็นคนลามกแบบนี้ ทั้งๆที่ตอนเด็กๆยังเหมือนไม่ชอบให้ถูกตัวแท้ๆ แต่จะพูดยังไง สุดท้ายซอกจินก็ต้องยอมนัมจุนอยู่ดี


คิมนัมจุนที่เงียบขรึมยังคงมีตัวตน แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ทำให้ซอกจินรู้ว่านัมจุนไม่ได้เป็นพวกเฉยชาต่อทุกสิ่งทุกอย่าง แค่ประหยัดสีหน้าและท่าทางในการแสดงความรู้สึกเท่านั้นเอง แต่ตรงกันข้าม สำหรับซอกจินเขาสามารถรับรู้ได้อย่างง่ายดายถึงความรู้สึกของคนตัวสูง ไม่ว่านัมจุนจะแสดงออกหรือไม่


มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากวันแรกที่ได้รู้จักกัน


.

.

.


"ซักวันจักรยานฉันต้องหักแน่ๆ"
"ทำไม?"
"นายตัวหนักชะมัด"


หมัดหนักๆซัดเข้าที่ไหล่กว้างของคนตัวสูง เสียงทุ้มโอดโอยออกมาเบาๆ ถึงจะไม่ได้แรงจนทรุดแต่ก็ถือว่าเจ็บทีเดียว เช้านี้อากาศไม่ร้อนมาก นัมจุนปั่นจักรยานไปโรงเรียนโดยมีซอกจินซ้อนท้ายอย่างไม่เร่งรีบ ผ่านสวนสาธารณะ ร้านราเมง และตลาดนัดกลางแจ้งเหมือนทุกๆวัน


เมื่อมาถึงโรงเรียน ยังมีเวลาเหลือเฟือในการนั่งกินข้าวเช้า อีกทั้งตอนเช้าแบบนี้นักเรียนในโรงอาหารก็ไม่เยอะ
นัมจุนเดินไปซื้อข้าว ซอกจินไปซื้อน้ำ และกลับมานั่งที่โต๊ะประจำเหมือนทุกวัน


"วันนี้มีเรียนอะไรบ้าง ?"
"อืม..ก็ เลข อิ้ง พักเที่ยง แล้วก็ประวัติศาสตร์ 2 คาบติด"
"โอ้ย บ่ายหลับยาว"
"นี่วันนี้หลับไม่ได้นะ มีพรีเซนต์งาน"


คิมนัมจุนถอนหายใจพรืดเมื่อได้ยินแบบนั้น มันจะอะไร ? ก็ไอ้รายงานที่เขากับซอกจินนั่งหัวฟูทำกันอยู่สองคน
เมื่อคืนนี้ โดยที่ไอ้เพื่อนกากอีก 2 คนแทบไม่ได้ช่วยอะไร


"ก็ให้โฮซอกกับยูนกิพรีไปดิ"
"ก็ได้"


จากที่หน้าบึ้งบูดกลับฉีกยิ้มเผล่ขึ้นมาทันที ที่ซอกจินตอบรับแบบนั้น ยื่นมือไปหยิกแก้มเพื่อนสนิทอย่างหมั่นเขี้ยวซึ่งผู้ชายสีชมพูก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับยิ้มหวานให้เสียอีก มันน่ารักจนนัมจุนแทบทนไม่ไหวอยากจะเข้าไปขย้ำแก้มใสให้หายมันเขี้ยว แต่ติดที่ว่านี่มันกลางโรงอาหาร คิมนัมจุนล่ะขัดใจ


พอกินข้าวเสร็จก็ได้เวลาขึ้นห้องเรียน บนไหล่ลาดมีกระเป๋าสะพายข้างสีชมพูพาสเทลกับพวงกุญแจเป็ดยางตัวเล็กๆห้อยอยู่ คิมซอกจินยังคงชอบสีชมพู และตัวการ์ตูนแมวไม่มีปาก แต่แค่ว่าเขาไม่ได้ใช้ของเหล่านั้นให้ประชาชีเห็นอย่างแต่ก่อนแล้วเท่านั้นเอง


พอขึ้นมาถึงห้องเรียน เพื่อนๆต่างกันส่งเสียงทักทายผู้มาใหม่ทั้ง 2 ซอกจินหันกลับไปยิ้มอย่างสดใสและทักทายอย่างเป็นมิตร ผิดกับนัมจุนที่ทำเพียงยกมือขึ้นเป็นการบอกว่ารับรู้โดยที่ไม่หันไปมองหน้าคนทักด้วยซ้ำ ที่นั่งริมหน้าต่างแถวสุดท้าย เป็นที่ที่ซอกจินกับนัมจุนนั่งมาด้วยกันตั้งแต่ประถมไม่ว่าจะเลื่อนชั้นจนจะจบมัธยมแล้วก็ตาม


"มาละหรอ ...โอ้ยๆๆๆ โฮซอกไอ้เวรฉวยโอกาส"
"โง่ให้กูบวกเองนะมึง 55555555555555555"


ยูนกิที่นั่งโต๊ะข้างหน้าคู่กับโฮซอกหันมาทัก แต่ก็หันขวับกลับไปมองจอ PSP ในมือในวินาทีถัดมา ปลายนิ้วจิ้มปุ่มโจมตีกลับอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายแล้วก็แหกปากร้องเสียลั่นห้องเมื่อโฮซอกคิลเขาได้สำเร็จ ส่วนไอ้คนชนะก็หัวเราะร่าพลางตบบ่าเพื่อนอย่างปลอบใจ


"คนกากต้องเลี้ยงข้าวกลางวันนะเพื่อนนะ"


ยูนกิทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบจะพังลงมา อยากต่อยหน้าไอ้ขี้โกงที่นั่งยิ้มเงิงบานให้เงิงมันร่วงหมดปากแต่เขายังไม่อยากเข้าไปตากแอร์ในห้องปกครองตอนนี้ พอโฮซอกหันหน้ามาอ้าปากจะเยาะเย้ย มินยูนกิเลยชูนิ้วกลางใส่หน้าจองโฮซอกจนแทบหงายหลัง นัมจุนกับซอกจินที่นั่งมองอยู่ก็อดจะขำไม่ได้


"เออ พวกมึงบ่ายพรีเซนต์นะ ประวัติศาสตร์อ่ะ"
"กู? 2 คน?"
"ก็พวกมึงไม่ช่วยกูทำรายงานนี่"
"ไอ้เหี้ยนี่อ่ะ" พูดพร้อมชี้นิ้วไปที่นัมจุนที่นั่งกอดอกโยกเก้าอี้ 2 ขาอย่างสบายใจ
"ก็ช่วยกูทำเมื่อคืนเนี่ย"
"โห่ .. เลวนัมจุนก็ไม่บอกกูวะ"
"มึงไม่ถาม"
"สัด"


นัมจุนไม่ได้ด่าอีกฝ่ายต่อ แต่ยกมือขึ้นมาชูนิ้วกลางใส่มินยูนกิแทน ทำให้โฮซอกขำก๊ากจนแทบพาตัวเองตกเก้าอี้ถ้าซอกจินไม่ได้คว้าคอไว้ทัน แต่พอกลับมานั่งได้ตามปกติโฮซอกก็ยังคงขำจนเงิงจะเฉาะหน้ายูนกิอยู่รอมร่อถ้าจิกหัวตบจองโฮซอกได้ มินยูนกิก็คงทำไปแล้ว


"ไม้ต้องขำไอ้หน้าม้า มึงต้องพรีเซนต์กับกู"
"เออ เอาเถอะ 5555555555 ซอกจินขอดูงานหน่อย"


โฮซอกหมุนตัวนั่งหันหน้าเข้าหาซอกจินโดยมียูนกิชะโงกเข้ามาดูงานด้วย สักพักก็หันกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ตกลงกันว่าใครจะพูดส่วนไหน ถึงจะชอบทำเหมือนจะตีกันตลอดเวลา แต่ยูนกิกับโฮซอกก็อยู่ด้วยกันมาได้และรู้ว่าเวลาไหนควรทำงาน เวลาไหนควรเล่น


ซอกจินส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นคู่ซี้ผลัดกันตบหัวกันคนละป๊าปสองป๊าป พอหันไปมองนัมจุน ก็เห็นคนตัวสูงนั่งฟังเพลงไม่ได้สนใจเพื่อนกากทั้ง 2 คนแล้ว ซอกจินจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มเล่นบ้าง ฆ่าเวลารออาจารย์เข้าสอน แต่ก็ต้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อนัมจุนยัดหูฟังใส่หูเขาข้างหนึ่ง พอหันไปมองเอียงคอเป็นเชิงถาม อีกคนก็ไม่พูดอะไรทำเพียงมองมานิ่งๆ


แต่ซอกจินรู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงให้ฟังเพลงด้วยกันเฉยๆ


어느새 넌 내게로 와 내 맘속으로 와
(เธอเข้ามาหาฉัน มาอยู่ในหัวใจของฉัน)

친구 아닌 남자로 내 옆에 있었지
(อยู่ข้างๆฉัน เป็นผู้ชาย ที่ไม่ใช่แค่เพื่อน)

그렇게 널 옆에 두고 내 맘 숨기고
(ฉันซ่อนหัวใจของฉันไว้ และอยู่เคียงข้างเธอ)

이렇게 숨어 숨어 친구라는 이름 뒤에 숨어
(ซ่อนไว้แบบนี้ ซ่อนไว้ ซ่อนคำว่าเพื่อนไว้ข้างหลัง...)


솔직히 나 겁이 났었어
(ความจริงแล้ว ฉันกลัว)

너를 보면 떨리는 내 맘 익숙지 않아
(เมื่อฉันเห็นเธอ ฉันไม่อาจจะซ่อนหัวใจที่สั่นไหวได้)

사실 아무렇지 않은 네가 미웠었나 봐
(ความจริงแล้ว เธออาจจะเกลียดฉันไปแล้วก็ได้)

이런 내 맘 너는 왜 모르니
(ทำไมเธอถึงไม่รู้ใจของฉันเลย)


เสียงร้องหวานๆของเกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารักขวัญใจหนุ่มๆไม่ได้เตะหูเท่ากับความหมายของเพลงที่ทำเอาซอกจินเผลอเม้มปากอย่างลืมตัว ในอกสั่นไหวไปหมดเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว ท่อนฮุคของเพลงวนหลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีนัมจุนขยับปากร้องตามแบบไม่มีเสียงเป็นภาพประกอบไปด้วย


어느새 넌 내게로 와 내 맘속으로 와
(เธอเข้ามาหาฉัน มาอยู่ในหัวใจของฉัน)

친구 아닌 남자로 내 옆에 있었지
(อยู่ข้างๆฉัน เป็นผู้ชาย ที่ไม่ใช่แค่เพื่อน)

그렇게 난 네 옆에서 내 맘 숨기고
(ฉันซ่อนหัวใจของฉันไว้ และเธออยู่เคียงข้างฉัน)

조용히 곁에 곁에 친구라는 이름으로 남아
(อยู่เคียงข้าง เคียงข้างอย่างเงียบๆ ทิ้งคำว่าเพื่อนไว้...)


แม้ว่าเพลงจะจบแล้ว แต่สายตาของนัมจุนก็ยังไม่ได้ละไปจากเขา ซึ่งซอกจินเองก็ไม่ได้หลบตาอย่างที่คิดจะทำ ทั้งๆที่เขินจะตายอยู่แล้ว จะเรียกว่าอะไรดี ? โดนสะกด ? ถ้าไม่เวอร์เกินไปมันก็คงจะเป็นแบบนั้นล่ะ หูฟังที่เสียบคาหูซอกจินอยู่ถูกดึงออก พร้อมกับนัมจุนที่โน้มเข้ามาใกล้อีกนิด สายตาก็ยังคงมองอยู่ที่ซอกจิน


"ซอกจิน..."
"..."
"อาจารย์มาแล้ว"
"..." เชี่ย ...


.

.

.

.


หลังจากผ่านมื้อกลางวันอันแวนวุ่นวายที่มินยูนกิเป็นคนเลี้ยงจองโฮซอกมาได้ วิชาประวัติศารตร์ 2 คาบติดเป็นชั่วโมงทองคำของคิมนัมจุนที่พออาจารย์เช็คชื่อเสร็จ เริ่มเรียกแต่ละกลุ่มออกมาพรีเซนต์งานผู้ชายอินดี้ก็พาตัวเองไปจากโลกแห่งความจริงทันที ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาดูดำดูดีเพื่อนกากทั้ง 2 ที่กำลังพรีเซนต์งานอยู่หน้าห้อง


โฮซอกกับยูนกิทำหน้าที่พรีเซนต์ได้ดีทีเดียว ทั้งกระชับรวดเร็ว(จนจะเป็นแรป)และแทบไม่ผิดเลย นับว่าน่าพอใจสำหรับคนที่อุส่าต์นั่งตาค้างทำรูปเล่มจนดึกดื่น เมื่อส่งรูปเล่มเรียบร้อยเพื่อนกากทั้งสองกลับมานั่งที่และแท็กมือกัน ที่งานชิ้นนี้ผ่านไปได้ด้วยดี


คิมนัมจุนรู้สึกตัวตื่นตอนที่ ออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น ยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจให้หน้าเมื่อย พอหันมองข้างๆ ซอกจินก็เก็บของเสร็จพอดี ส่วนตัวเขาหลับทั้งคาบบ่ายจึงไม่มีของอะไรต้องเก็บ


"พวกกูไปก่อนนะเว้ย บายนัมจุน บายซอกจิน"
"เอ้าพวกมึงไม่อยู่หรอ?"
"ไม่ๆ วันนี้พวกกูมีภารกิจต้องไปทำ"
"ห้ะ?"
"เอาเหอะ ไปละ บาย"
"บายๆ อย่าไปได้เสียกันกลางทางนะเว้ย"
"ได้เสียกับตีนกูสิ"


เป็นโฮซอกที่หันมาลาและซอกจินตอบกลับไป ซึ่งก็ได้เสียงห้าวของคนตัวขาวตอบกลับมาอีกเช่นกัน แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อยูนกิก็โดนไอ้หน้าม้าลากคอออกไปเสียแล้ว ยืนขำกับเพื่อนกากทั้ง 2 ได้สักพักก็มือมีกว้างวางปุลงมาบนหัวทุย แล้วขยี้ผมนิ่มเบาๆ


"ไปกัน"


เสียงทุ้มพูดเท่านั้นแล้วก็เดินนำไป ทิ้งให้เขาเดินตาม ทางเดินในโรงเรียนเต็มไปด้วยนักเรียนที่พากันเดินออกจากสถานที่กักกันความอิสระของวัยรุ่น แต่ก็มีบางส่วนที่อยู่ทำกิจกรรมของชมรมหรือเล่นกีฬาก่อนกลับบ้าน ซึ่งคิมนัมจุนก็เป็น 1 ในนั้น


"ช้าว่ะนัมจุน รอมึงเงกละ"
"เรื่องของมึง"
"ไอ้ม้ากับไอ้ซีดล่ะ?"
"ไปเก็บเวล"


ประโยคทักทายตามประสาเด็กเห่อขนใต้สะดือดังขึ้นทันทีที่ขายาวก้าวเข้ามาในเขตสนามบาส เพื่อนต่างห้องร่วมชมรมบาสพยักหน้ารับรู้ นัมจุนยื่นกระเป๋าสะพายให้ซอกจินที่รอรับอย่างรู้หน้าที่ ไปก่อนจะเริ่มลงไปวิ่งทุ่มลูกบอลกลมๆสีส้มๆในสนามอย่างจริงจัง


ส่วนซอกจินที่ตามมาด้วยก็นั่งลงตรงม้านั่งข้างสนามมองนัมจุนเล่นบาส นึกถึงตอนเด็กๆที่นัมจุนจะมารอเขาดูแลต้นไม้หลังเลิกเรียนทุกวัน เขาอยากรู้ว่านัมจุนจะเบื่อบ้างมั้ยที่ทำแบบนั้นทุกวัน แต่สำหรับซอกจิน แม้จะเป็นแบบนี้มา 3 ปีแล้ว คิมซอกจินก็ยังไม่เบื่อที่จะนั่งมองนัมจุนเล่นบาสแบบนี้ทุกเย็น


ซอกจินชอบมองเวลาที่นัมจุนวิ่งเข้าไปชู้ตลูกลงในห่วงเหล็ก ลงบ้างไม่ลงบ้างแต่มันก็เท่มากๆ ซอกจินชอบเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาทำไม่ได้ ทักษะด้านกีฬาของคิมซอกจินน่ะติดลบเลยล่ะ พอนั่งดูไปได้สักพักเหล่าชายหนุ่มเลือดนักกีฬาทั้งหลายก็เดินมานั่งพักที่ข้างสนาม ซอกจินยื่นน้ำและหน้าขนหนูผืนเล็กให้นัมจุนเหมือนทุกครั้ง


"อิจฉาเว้ย คนมีเมียบริการ"
"เห้ย ไม่ใช่เมีย ..."
"แน๊ ~ ไม่ต้องเขินหรอกน่าพวกเราเข้าใจ"
"แต่มันไม่ใช่จริงๆนะ .. "


พอไม่รู้จะบอกยังไงให้อีกฝ่ายเชื่อก็หันไปขอความช่วยเหลือจากคู่กรณีที่ยืนฟังไม่รู้ร้อนรู้หนาว ส่ายหน้าพรืดให้นัมจุนบอกปัดความสัมพันธ์ที่เพื่อนต่างห้องยัดเยียดมาให้ แต่คิมนัมจุนกลับทำเพียงแค่ยกยิ้มยียวนขึ้นแล้วยีผมนิ่มของเพื่อนสนิทที่ทำท่าอยากจะกระโจนเข้ามาขย้ำคอเขาให้รู้แล้วรู้รอด


"ไปเล่นต่อ เลิกแซวเมียกูได้แล้ว"


ไอ้คนขี้ตู่! ขี้โม้!! ขี้ซั่ว!!! ขี้มั่ว !!!!!!!!!!!!!


.

.

.


ระหว่างทางกลับบ้าน นัมจุนยังคงขี่จักรยานด้วยสีหน้านิ่งๆ ผิดกับอีกคนที่มักจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ ในเวลานี้ใบหน้าน่ารักกลับบูดบึ้ง เสียงใสๆไม่พูดเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคย แต่นัมจุนก็รู้ดีว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร


พอจักรสีเทาคันเดิมเทียบจอดที่หน้าบ้าน คิมซอกจินก็กระโดดลงจากเบาะหลังแล้วเดินพรวดเข้าบ้านไปทันทีโดยที่ไม่บอกลาคนที่ขับมาส่งเลยซักคำ แต่นัมจุนก็ไม่ได้น้อยใจอะไรคนที่กำลังตั้งท่างอนตุ๊บป่องขนาดนี้ ยังไงก็ต้องมาง้อล่ะนะ


จะทำไงได้ เพราะพวกเขาตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา แถมซอกจินเองก็ชอบดูแลเอาใจใส่มากเกินกว่าที่เพื่อนควรจะทำ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ กลับกันเขาชอบมากๆเลยต่างหากเวลาที่ซอกจินใส่ใจเขาแบบนี้ แต่ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น


ซอกจินมักจะปฏิเสธเสมอ ส่วนเขาก็จะเงียบซะส่วนใหญ่ ยกเว้นครั้งนี้ล่ะ


เลยโดนงอนแบบนี้เลยไง


.

.

.


คิมซอกจินในชุดนอนนอนคว่ำหน้าหนังสืออยู่บนเตียง หูก็ฟังเพลงจากหูฟังไปด้วยเป็นการตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก เด็กม.ปลายปีสุดท้ายอย่างเขาก็ต้องฟิตกันหน่อย ถึงแม้จริงๆแล้วสมาธิจะถูกดึงไปกองกับเรื่องของไอ้คนขี้ตู่ซะเกือบหมดก็เถอะ


พอคิดแล้วก็หงุดหงิด คว้ามือถือขึ้นมาจิ้มเล่น เช็คความเป็นไปของโลกอินเตอร์เน็ตไปเรื่อยเปื่อย รวมทั้งการส่องทวิตของคนที่กำลังนึกหงุดหงิดอยู่ในใจด้วย แต่ก็พบว่าการอัพเดตล่าสุดคือเมื่อ 3 วันก่อน ร่างโปร่งที่หลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวจนไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ามีใครอีกคนเข้ามาในห้องนอนของเขาแล้ว


ร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัวแทบจะหันไปประเคนฝ่าเท้างามๆให้ผู้บุกรุกที่ทิ้งน้ำหนักคร่อมทับเขาไว้จากด้านหลัง จนวินาทีต่อมาสมองจึงประมวลผลได้ว่ามีเพียงคนเดียวที่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้กับเขา รวมทั้งกลิ่นและสัมผัสอันคุ้นเคยจึงทำให้เค้ามั่นใจว่าผู้บุกรุกคือใคร


"ลุกออกไปนัมจุน"
"ลุกให้โง่"


พูดเสียงเรียบพลางยันแขนขึ้นหมายจะขืนตัวออกจากอีกคน แต่เสียงทุ้มที่ติดจะกวนอยู่หน่อยๆก็ตอบกลับมาแทบจะทันที ซอกจินพ่นลมหายใจฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ คนหงุดหงิดตัวเองอยู่แท้ๆยังจะมีหน้ามากวนตีนหน้าตายกันแบบนี้อีก


"งอน ? โกรธ ? หรือว่าเขิน ?"
"ไม่อะไรทั้งนั้นล่ะ"


ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วก็ยังจะถาม ไอ้บ้าคิมนัมจุน !


ซอกจินถอดหูฟังม้วนเก็บและเนรเทศหนังสือไปอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงนอนแทน ทำเป็นไม่สนใจคนที่คร่อมทับอยู่ด้านบน แต่ก็ได้ไม่นานเมื่อคิมนัมจุนเกยคางลงบนไหลลาดจนซอกจินต้องหันมามองด้วยสายตาตำหนิแต่ก็ใช่ว่าคนหน้าด้านจะรู้สึกรู้สา


"ออกไป จะนอนแล้ว"
"นอนด้วย"
"บ้านตัวเองไม่มีนอนไง๊ ?"
"นายยังนอนบ้านฉันเลยเมื่อคืน"
"ก็มันไม่เหมือนกันนี่หว่า อันนั้นไปทำงานโว้ย"
"นี่ก็มาทำงาน"
"งานบ้าไร"
"งานง้อเมีย"
"..." เขร้ ...


มือกว้างของนัมจุนสอดเข้ามากอดรอบเอวนุ่มนิ่มของซอกจินไว้ ใบหน้าก็ซุกลงที่หัวไหล่มน ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนื้อที่โผล่พ้นจากเสื้อกล้ามใส่นอน ทำให้ร่างข้างใต้อดจะเกร็งขึ้นมาไม่ได้ ถึงจะเคยใกล้ชิดแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็เป็นตอนที่หลับหรือสติไม่เต็มเต็งเท่าไหร่ แต่ในช่วงหัวค่ำแบบนี้คำว่าง่วงก็ยังไม่เฉียด


"ใครเมีย .. ไอ้ขี้ตู่เอ้ย"


คิมซอกจินกำลังพูดประโยคปฏิเสธอยู่น่ะแต่มันช่างไม่หนักแน่นเอาเสียเลย เสียงที่นัมจุนได้ยินคือเสียงอ้อมแอ้มจากลำคอพอเหลือบตาขึ้นมองก็พบใบหูบางแดงแจ๋กับริ้วสีแดงบนแก้มขาว อ้อมแขนแกร่งกระชับขึ้นอีกเล็กน้อย แนบริมฝีปากกดจูบลงบนไหล่ลาดอย่างที่ชอบทำ


ไหล่ของซอกจินกว้างนะและนัมจุนก็ชอบที่จะซบไหล่กว้างๆนั่น


"ยังไม่เป็น ก็ทำให้เป็นได้นะ"


ริมฝีปากอุ่นไล่จูบซับอย่างแผ่วเบาไปตามผิวเนื้อนุ่มนิ่มที่โผล่พ้นเสื้อกล้ามตั้งแต่ไหล่มน แผ่นหลัง ไปจนถึงหลังคอ จงใจเป่าลมร้อนๆใส่ให้อีกคนได้ขนลุกซู่ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างข้างใต้อีกนิดเพื่อส่งปลายจมูกลงไปจรดซอกคอขาว กลิ่นแป้งเด็กเคล้ากลิ่นหอมเฉพาะตัวของซอกจินเป็นกลิ่นที่นัมจุนชอบที่สุด


จริงๆแล้วก็ชอบทุกอย่างที่เป็นซอกจินน่ะนะ


"แค่พูดหยอกกันน่ะ"
"ก็...ปกตินายจะบอกปัดไม่ก็เงียบนี่"
"ฉันมาคิดดูแล้ว 'เรา' ก็เป็นเหมือนที่พวกนั้นพูดจริงๆนั่นแหละ"
"ทำไมโฮซอกกับยูนกิไม่โดนมั่งล่ะ ?"
"ก็ไอ้กากสองตัวนั่นมันไม่ได้ดูแลกันเหมือนที่นายกับฉันทำนี่"


ซอกจินเม้มปากน้อยๆด้วยสภาพอารมณ์ที่เรียกได้ว่าเขินสุดขีด ลืมไปหมดว่ากำลังเคืองไอ้คนขี้ตู่อยู่เมื่อกี้นี้ ยิ่งพอนัมจุนเลื่อนใบหน้าขึ้นมาแตะจูบที่ใบหูแดงๆเป็นเสียงดังจุ้บน่ารักๆ คิมซอกจินแทบจะยอมเสียตัวให้นัมจุนซะตอนนี้เลย


แต่ความสมยอมของซอกจินก็ต้องเป็นหมันเมื่อคิมนัมจุนผละออก เดินไปปิดไฟในห้องและกลับมาล้มตัวลงนอนข้างซอกจินหน้าตาเฉย เจ้าของห้องได้แต่นอนค้างในท่าเดิมกระพริบตาปริบๆในความมืด


แค่เนี้ย ??


กล้วยเถอะ !


"มานี่มา"


แต่นอนนิ่งอยู่ได้ไม่นานเสียงทุ้มก็เอ่ยเรียกให้ซอกจินขยับเข้าไปใกล้ ซอกจินเลยกลิ้งตัวเองไปนอนหงายอยู่ข้างอีกคน แขนแกร่างสอดเข้าใต้หัวทุยต่างหมอนให้หนุน แต่ต่างคนก็ต่างรู้ว่าในเวลานี้ยังไม่มีใครง่วง


"อยากเรียนอะไร"
"ฉันหรอ ... ก็อยากเรียนการแสดง"
"อืมม.."
"นายล่ะ"
"อยากเรียนดนตรี"
"อือฮึ"
"จะตามไปอยู่มหา'ลัยเดียวกับนายนะ"
"ห้ะ?"
"ไม่อยากห่าง"


แม้ตอนนี้ในห้องจะถูกปกคลุมด้วยความมืดแต่พอสายตาปรับแสงได้แล้วก็ไม่ยากเกินไปที่จะมองเห็น หันไปมองคนข้างๆ ก็พบว่านัมจุนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว คือนอนตะแคงมาทางเขาเลยต่างหาก และไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรคิมซอกจินถึงได้พลิกตัวหันหน้าเข้าหานัมจุนแบบนี้ แล้วก็เป็นซอกจินที่เริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นมาบ้าง


"ไม่คิดจะมีเพื่อนใหม่บ้างหรอ?"
"ทิ้งคำว่าเพื่อนไว้ข้างหลังได้มั้ย ? ซอกจิน"
"...?"
"ไม่ได้อยากตามนายไปเพราะกลัวเสียเพื่อน"
"..."
"แต่เพราะฉันไม่อยากขาดส่วนนึงของชีวิตฉันไป"
"นัมจุน..."
"ต้องให้พูดรึเปล่า ?"


ดวงตาคมที่เป็นประกายแม้ในความมืดกำลังจ้องมองมาที่เขา ซึ่งซอกจินเองก็จ้องกลับไป เหมือนโดนมนต์สะกดอีกครั้ง ไม่สามารถละสายตาออกมาได้ ทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างเนิ่นนานในความรู้สึก ลมหายใจอุ่นใกล้เข้ามามากขึ้น ประชิดขึ้น ...


"ไม่"
"...ซอกจิน"
"ไม่ต้องพูด"
"..."
"มีแค่เราเท่านั้นที่รู้"


คนตัวสูงที่นิ่งไปในตอนแรกค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาบางๆ หน้าผากมนแนบชนกันเบาๆ นัมจุนส่ายหน้าน้อยๆให้ปลายจมูกคมคลอเคลียกับปลายจมูกรั้นของซอกจิน มือกว้างยกขึ้นสางกลุ่มผมนุ่มเล่น พวกเขามีความสุขจนต่างฝ่ายต่างหัวเราะออกมาเบาๆ


.

.

.


[ฉากนั้นไม่มีอะไร]


ไม่มีแรงอะไรดึงดูดให้ทั้งสองเอาปากมาประกบกัน แต่แค่ความต้องการของพวกเขาตรงกัน จังหวะหายใจของพวกเขาเป็นจังหวะเดียวกัน และหัวใจของพวกเขาเป็นดวงเดียวกัน ริมฝีปากแค่สัมผัสอวัยวะเดียวกันเพื่อซึมซับความรู้สึกของกันและกันไว้


ขออนุญาตด้วยความนุ่มนวลและแผ่วเบาเหมือนผีเสื้อตัวน้อยที่กำลังดูดดื่มน้ำหวานจากดอกไม้สีสวยที่แสนบอบบาง แล้วกลีบปากอิ่มก็ถูกงับและขบกัด ความนุ่มหยุ่นพาให้เพลิดเพลินจนเผลอดูดดึงแรงๆ ก่อนใบหน้าคมจะผละออกมาเพื่อประกบซ้ำลงไปใหม่ด้วยองศาจูบที่พาให้พวกเขาดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม


เปลือกตาบางหลับลงเพื่อให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวในความมืด กลิ่นแบบผู้ชายของนัมจุนที่คุ้นเคยดีคละเคล้าไปกับกลิ่นของเขา ซอกจินไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะมันไม่ได้หอมฟุ้งแบบกลิ่นของหญิงสาว แต่มันกลับทำให้เขาโอนอ่อนได้อย่างง่ายดาย


ยิ่งปลายลิ้นแสนซุกซนที่ไล่ต้อนเสียจนเขาจนมุมได้แต่ยอมให้อีกฝ่ายทั้งเกี่ยวรั้งและดุนดันอย่างเอาแต่ใจ ปลายลิ้นสากลากผ่านเพดานปากของเขาแกล้งเขี่ยซ้ำๆ ทำเอาเจ้าบ้านหลุดเสียงประท้วงออกมาเบาๆด้วยความซาบซ่าน ในหัวคิดอะไรไม่ออกซักอย่าง


ลืมตาขึ้นมาก็ตอนที่คนตัวสูงผละจูบออก ถึงได้รู้ตัวว่านัมจุนกำลังคร่อมทับเขาไว้ และในเสี้ยวนาทีต่อมาเสื้อกล้ามใส่นอนของซอกจินก็หลุดไปกองที่พื้น ไม่รู้ว่าคิมนัมจุนกลัวเขาจะเอ่ยปากห้ามหรืออะไร หายใจยังไม่ทันสุดริมฝีปากหนาก็แนบจูบลงมาอีก ตามด้วยความหวิววาบที่ช่วงล่าง เสียง 'ฟึ่บ' ของเนื้อผ้าทำให้ซอกจินรู้ว่ากางเกงบอลตัวเก่งได้ตามเสื้อกล้ามของเขาไปอยู่ที่พื้นเรียบร้อยแล้ว


"อื้อ...!"


ร่างโปร่งสะดุ้งขึ้นเมื่อปลายนิ้วเรียวกระทำการอุกอาจ บีบคลึงเนินอกแน่นเนื้อด้วยความมันเขี้ยว ติ่งไตเม็ดเล็กถูกขยี้วนจนซอกจินต้องหลับตาแน่น มือขาวยกขึ้นจับมือเรียวหมายจะห้ามปราม สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่ออีกฝ่ายผละจูบออก แต่ก็แทบจะกระชากอีกคนลงมาจูบอีกรอบเมื่อมือขาวถูกดึงให้ไล้เข้าไปใต้เสื้อยืดของนัมจุน


"ถอดเสื้อให้หน่อย"


พูดจบก็โน้มตัวลงฝังปลายจมูกลงกับซอกคอขาว กลีบปากอุ่นร้อนแต้มจูบเบาบ้างหนักบ้าง เล็มชิมร่างกายที่เขาเคยเห็นด้วยตาแต่ไม่เคยได้แตะต้องมากขนาดนี้ให้สมใจอยาก ปลายลิ้นร้ายกาจหยอกล้อสองจุดเด่นบนแผ่นอกของร่างข้างใต้จนสติของคิมซอกจินแทบกระเจิงไปคนละทิศ


"อ่ะ ... อย่าดูด .. อื้อ !!"


ถึงปากจะเอ่ยห้าม แต่สองมือขาวก็เผลอลูบไล้ลึกเข้าไปใต้เสื้อของคนด้านบน ผิวสีเข้มแต่เนียนลื่นมือ ทุกสัดส่วนไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนเขา แต่มันเป็นกล้ามเนื้อแบบนักกีฬาที่ซอกจินนึกอิจฉา ไม่นานเสื้อยืดใส่นอนของนัมจุนก็หลุดไปกองข้างเตียงจนได้


ร่างสูงเลื่อนตัวต่ำลงกดจูบไปทั่วแผ่นท้องขาวทิ้งรอยจูบไว้เสียรอยสองรอย เพราะในจุดนี้เขาสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครเห็นมันง่ายๆ ... นอกจากเขา


"อ่ะ...อือ ... "


พอใบหน้าคมชักจะเลื่อนต่ำลงจนเข้าสู่จุดอันตราย มือขาวก็ทำท่าจะดันไหล่กว้างออกแต่ก็ทำได้เพียงบีบไหล่กว้างไว้เมื่อสายตาสบกับดวงตาคมที่มองมา แม้จะอยู่ในความมืดแต่ประกายในแก้วสีนิลคู่นั้นก็ทำให้ซอกจินไม่กล้าจะปฏิเสธคำขอนั้น


สายตาก็ยังคงสบกันอยู่แบบนั้น ในระหว่างที่ริมฝีปากหนางับขอบชั้นในของซอกจินแล้วดึงลงช้าๆ จนหลุดออก ใช้ปลายนิ้วช่วยดึงรั้งลงไปจนร่างขาวข้างใต้เปลือยเปล่า แก้มใสแดงจัดไปจนถึงใบหูเมื่อเลือดลมสูบฉีดได้ดีเกินปกติ จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ไอ้ที่บอกว่าอยากจะเสียตัวนี่คิมซอกจินขอถอนคำพูด ...


"นัมจุน ... คือฉันยัง ... อื้อ !!"


ซอกจินเอื้อมมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แทบไม่ทัน เมื่อร่างสูงไม่ได้ฟังเสียงท้วงของเขาเลย แต่ริมฝีปากหนากลับจรดลงที่ลำน้อยกลางลำตัวเขา และในช่วงลมหายใจถัดมาความอุ่นร้อนก็ครอบครองกายของอีกคนไว้ทั้งลำ ปลายเท้าขาวจิกเกร็งลงกับผืนเตียง


ทั้งปลายลิ้นที่โลมเลีย และจังหวะขยับรูด มันอุ่นและชื้นจนทำให้รู้สึกดีมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันแตกต่างจากเวลาที่เขา 'ขัดปืน' เป็นไหนๆ ใบหน้าใสเชิดขึ้นตามอารมณ์ที่ถูกเร่งเร้าหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ วินาทีนี้คิมซอกจินแทบจะรั้งสติของตัวเองไว้ไม่อยู่


"อือ...อื้อ! .. อ.. อาา .."


มือบางละจากปากตัวเองเลื่อนลงไปขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มไว้ทั้งลูบ ทั้งสาง บางครั้งก็เผลอทึ้งเบาๆ แต่ร่างทั้งร่างก็สะดุ้งขึ้นสุดตัว คิ้วสวยขมวดมุ่น ริมฝีปากเม้มแน่ ปรือตาขึ้นมองนัมจุนที่ซุกใบหน้าอยู่ที่หว่างขาของเขา ..


"เจ็บ ... "


นัมจุนเงยหน้าขึ้นมามองคนที่บอกว่าเจ็บ ขณะที่นิ้วยาวแทรกเข้าไปในร่างของซอกจินจนสุดข้อนิ้ว เป็นการบอกว่าถึงซอกจินห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ร่างสูงเริ่มขยับนิ้วเข้าออกพร้อมกับขยับปากรูดลำน้อยของอีกคนไปด้วย จนไม่นานนักเสียงหวานพร่าก็หลุดจากลำคอขาวเป็นระยะ


อยากจะรู้จริงๆว่าแอบไปฝึกกับใครมารึเปล่า


"อือ .. อึก.. !"


ความอึดอัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซอกจินไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายสอดนิ้วเพิ่มเข้ามาตอนไหน รู้แต่ว่าตอนนี้เข้าจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ไม่ค่อยอยากจะยอมรับตัวเองเท่าไหร่ว่าเขารู้สึกขัดใจมาก ตอนที่อีกฝ่ายหยุดแล้วผละออก แต่พอเงยหน้ามองก็พบร่างกายเปลือยเปล่าคร่อมทับอยู่ด้านบนแล้ว


"จะเอาแล้วนะ"


ริมฝีปากอิ่มสีช้ำเม้มน้อยๆ พลางพยักหน้ารับ รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งแววตคมที่มองมาไม่ยอมละไปไหน ก็ยิ่งทำให้เขาเขินไปหมด เรียวขาขาวถูกมืออุ่นแยกออกกว้าง ซอกจินนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บเสียดแล่นริ้วขึ้นมาจากสะโพก มือขาวบีบไหล่กว้างแน่น


"...อึก..."
"...อีกนิด"
"นัมุจน ... !"


ร่างโปร่งสอดแขนเข้ากอดร่างด้านบนเอาไว้แน่นเมื่อความร้อนระอุแทรกเข้ามาในกายจนมิด ปล่อยเสียงอึกอักในลำคออยู่ข้างหูอีกคนเพราะรู้สึกเจ็บจนร้องไม่ออก นัมจุนก็ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวปล่อยลมหายใจหนักๆ ที่ทำให้รู้ว่านัมจุนเองก็พยายามอดทนอยู่เช่นกัน


"ร้อนจัง"
"แล้วก็แน่นมากด้วย"
"อ้ะ ..."


ร่างสูงเริ่มขยับกายช้าๆเพื่อให้อีกคนปรับตัว แต่ใจจริงก็อยากจะกระแทกเข้าไปแรงๆเร็วๆให้สมใจ แค่เห็นสีหน้าทรมาณของร่างด้านใต้ นัมจุนก็ยิ่งอยากแกล้ง อยากให้ซอกจินเรียกร้อง อยากทำให้ซอกจินคลั่งเพราะเขา ..


จูบร้อนถูกมอบให้กันอีกครั้ง ปลายลิ้นนุ่มเกี่ยวพันกับปลายลิ้นอุ่นด้วยความกระหาย มือขาวลากลูบไปตามผิวสีเข้ม บางจังหวะที่นัมจุนแทรกกายเข้ามาลึกกว่าเดิมปลายเล็บก็ทิ้งรอยข่วนไว้บนแผ่นหลังกว้าง เส้นผมสีดำสนิทถูกขยำขยุ้มจนยุ่งเหยิง


สัญชาตดิบทำให้คิมซอกจินเสียความเป็นตัวเอง สะโพกกลมร่อนรับจังหวะกระแทกที่กระชั้นขึ้น ปล่อยเสียงครางกระเส่า ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองอีกคนอย่างอ้อนวอน จนคนด้านบนนั้นเกินจนอดกลั้นความอยากของตัวเอง


"นัมจุน .. อือ.. "
"อ .. ขอสิ .. "
"ไม่...ไหวแล้ว .. อ้ะ .. นัมจุน .."


ลมหายใจหอบหนักก้มลงซุกไซร้ไปทั่วทั้งร่างขาวนุ่มนิ่ม มือกว้างทั้งลูบและบีบคลึงทุกสัดส่วนของร่างข้างใต้ แล้วจับพลิกร่างโปร่งให้นอนคว่ำลง ไม่มีการให้ซอกจินได้พักหายใจ สะโพกกลมถูกรั้งขึ้นสูงให้กายร้อนจัดแทรกเข้าจนสุดรวดเดียว นัมจุนเปลี่ยนจังหวะจากเพลงป๊อปสบายๆเป็นเพลงร็อคที่เร็วและหนักหน่วง


"อ้ะ..นัมจุน...อ้า!..อ่ะ .."
"อา.. ซอกจินนา .."


อีกฝ่ายโน้มตัวลงมาจนแผนอกกว้างแนบกับแผ่นหลังขาว เรียกชื่อคนในอ้อมกอดด้วยเสียงทุ้มแหบพร่า ริมฝีปากหนาซุกซนงับใบหูแดงจัด และส่งปลายลิ้นไปหยอกล้อจนคิมซอกจินกระสันซ่านไปหมด สะโพกกลมสั่นระริกยามที่มือกว้างบีบคลึงแก้มก้นนิ่มอย่างเพลินมือ


"ชอบมั้ย ?"
"ม..ไม่ ..ต้องถาม .. อ๊า !"


ซอกจินซุกหน้าลงกับหมอนได้ไม่นาน คนด้านบนก็จับเขาพลิกหันหน้ามาอยู่ในท่าเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้อีกคนไม่ได้ไม่ได้ถอนกายออก ความซ่านเสียวไหลวนไปทั่วท้องน้อยจนหลุดครางเสียงหลง กำลังจะหันไปเหวี่ยงอีกคนสักที ก็ต้องหยุดลงเมื่ออีกคนกระแทกกายต่อทันที ไม่มีการเปิดช่องว่างอะไรทั้งนั้น


"อื้ออ ~ .. นัม ..อ้า!! .. นัมจุน"
"อ่า .. อยู่ท่านี้ ..ซี๊ดด ..จะได้เห็นหน้าเวลานายเสร็จ .. โอ้ะ"


มือขาวฟาดเข้าที่อกคนพูดจาลามกเสียเต็มแรง ถามเขาซักคำรึเปล่าว่าอยากให้เห็นมั้ย !? คิดหงุดหงิดอีกคนได้แค่แปปเดียวความสนใจก็ถูกดึงกลับไปที่อีกคน เมื่อมือกว้างรั้งขาขาวขึ้นสูงจนปลายเท้าไม่ติดพื้นเตียง ทุกครั้งที่ขยับซอกจินก็รู้ได้ว่ากายอีกคนยิ่งแทรกเข้ามาลึกกว่าเดิม


"อึ้ก .. นัมจุน .. ไม่เอา .. อ๊าาา~"
"อืมม .. จินนา .. แบบนี้ลึกดีนะ"


เรียวขาขาวของซอกจินถูกรั้งขึ้นอีกจนพาดอยู่บนบ่ากว้าง พอหูได้ยินเสียงทุ่มแหบพร่า พอดวงตาคู่สวยเห็นสีหน้าพอใจของนัมจุน ไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกดีที่ทำให้อีกคนพอใจได้มากขนาดนี้จึงหลับตาลงยอมให้อีกคนทำทุกอย่างได้ตามใจ


ความรู้สึกภายในถูกเติมเต็มจนล้นเกินที่จะรับไหว ทั้งคู่หลอมรวมทั้งกายและใจเป็นหนึ่งเดียว แม้พวกเขาจะอายุยังน้อย แต่พวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน มือทั้งสองข้าง นิ้วทั้งสิบ สอดประสานกันไว้ ไม่มีใครยอมปล่อย


แค่นัมจุนกับซอกจินเท่านั้นที่รู้


.

.

.


"อือ .."
"...ฮึฮึ"
"ไม่แกล้งดิ.."


เช้านี้ก็ยังเป็นนัมจุนที่ตื่นขึ้นมาก่อน เขาแกล้งแหย่อีกคนที่กำลังหลับสบายให้ต้องรู้สึกตัวขึ้นมาส่งเสียงงัวเงียใส่เขา แต่ดวงตาคู่สวยก็ยังไม่ลืมขึ้นมา ใบหน้าใสมุ่นลงน้อยๆ ก่อนจะคลายลงเมื่อนัมจุนเลิกแกล้งและดึงซอกจินเข้ามาในอ้อมกอด ก้มลงจูบหน้าผากมนต่างคำบอกฝันดี


วันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่มีอะไรต้องรีบทำอย่างในวันธรรมดา จากวันนั้นจนวันนี้ก็ผ่านมาเกือบสองปี นัมจุนทำอย่างที่ว่าจริงๆ พวกเขาเรียนอยู่มหา'ลัยเดียวกัน แถมคณะเดียวกันด้วยแต่คนละสาขา ตารางเรียนก็ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่พวกเขาก็จะรออีกฝ่ายกลับหอพร้อมกันเสมอที่มีใครเลิกช้า


เพราะบ้านกับมหา'ลัยค่อนข้างไกลกัน ซอกจินกับนัมจุนจึงขอย้ายมาอยู่หอพักในมหา'ลัยแทน พวกเขาอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งมันก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรเพราะก่อนจะย้ายมาอยู่หอ ขนาดมีบ้านมีห้องนอนของตัวเอง ก็ยังนอนด้วยกันทุกวัน


นัมจุนมองคนที่หลับพริ้มอยู่ในอ้อมกอด รอยยิ้มบนใบหน้าคมบอกได้ดีว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นกำลังมีความสุขมากขนาดไหน แค่ตื่นมาทุกเช้าและยังเห็นคิมซอกจินอยู่ตรงนี้ คิมนัมจุนก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรอีก มันอาจจะน้ำเน่า แต่ถ้าคิมนัมจุนขาดคิมซอกจินไปล่ะก็ เขาต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆ


"นัมจุนนา .."
"หื้ม ?"
"โปโปะ"


ไม่รู้ว่าผู้ชายสีชมพูตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เสียงงุ้งงิ้งๆนั่นก็เรียกให้นัมจุนต้องก้มลงไปจุ้บเบาๆที่ริมฝีปากอิ่ม เลื่อนมาที่ปลายจมูก แก้มทั้งสองข้าง และหน้าผาก ดูเหมือนซอกจินจะยังตื่นไม่เต็มที่หรือว่าแค่ละเมอก็ไม่รู้ ดวงตาคู่สวยยังคงหลับพริ้ม แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มน้อยๆ


"ยังไม่อยากตื่นหรอ"
"เหนื่อย.."
"หื้ม?"
"นัมจุนเอาแต่ใจ"


ร่างสูงหัวเราะเบาๆแนบหน้าผากไว้กับหน้าผากมน เส้นผมสีบลอนซ์เงินคลอเคลียกับเส้นผมน้ำตาลแดง ถูปลายจมูกคมกับปลายจมูกรั้นเบาๆ แล้วดวงตาคู่สวยก็ปรือขึ้นสบดวงตาคืมที่มองมา ก่อนจะเป็นฝ่ายซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง เมื่อคืนเป็นเขาเองที่เอาแต่ใจกับซอกจิน ผู้ชายสีชมพูเลยงอแงใส่เขาแต่เช้า


"วันนี้อยากไปไหนรึเปล่า?"


หัวทุยส่ายไปมาอยู่ตรงแผ่นอกของเขา มือกว้างเลื่อนขึ้นมาลูบผมนุ่มเล่นอย่างเพลินมือ สักพักก็เป็นซอกจินที่ผละออกแล้วค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยล้า นัมจุนนอนมองแผ่นหลังขาวๆที่มีรอยจูบของเขาแต้มอยู่ อดไม่ได้ที่จะตามขึ้นไปกอดอีกคนไว้จากด้านหลังแล้วกดจูบเบาๆซ้ำรอยสีเข้มเหล่านั้น


"ไปอาบน้ำกัน"


.

.

.


มื้อเช้าง่ายๆอย่างข้าวผัดแฮมถูกจัดการเรียบร้อยในช่วงสาย เป็นนัมจุนที่มีหน้าที่ล้างจานเพราะซอกจินเป็นทำกับข้าวแล้ว พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ตอนนี้พวกเขาก็ว่างตลอดทั้งวัน ไม่มีใครอยากออกไปไหน แค่อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระ หรือบางครั้งแค่อยู่ด้วยกันเงียบๆ


แต่นัมจุนกับซอกจินก็ไม่เคยเบื่อกันเลย


"นี่.. นัมจุน"
"หื้ม ?"
"นายคิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงหรอ ?"
"พรุ่งนี้ ?"
"อื้ม .. พรุ่งนี้ มะรืน แล้วก็วันต่อๆไป"
"ฉันก็คิดว่า .. ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอซอกจินฉันต้องสติแตกแน่ๆ"
"ฉันอาจจะแค่ไปเข้าห้องน้ำ"
"แบบนั้นก็แล้วไป"


พูดแล้วก็หัวเราะออกมา นัมจุนและซอกจินมีหลายอย่างที่แตกต่างกัน บางสิ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ แต่รู้จักหลักหยินหยางรึเปล่า ? สีขาวแล้วก็ต้องมีสีดำ มีดีก็ต้องมีไม่ดี เพื่อคงสมดุลเอาไว้ให้โลกใบนี้


โลกของนัมจุนกับซอกจินก็เช่นกัน


"แต่ฉันคิดจริงๆนะ ว่าถ้าวันไหนที่ไม่มีซอกจินฉันต้องตายแน่ๆ"
"ขนาดนั้นเลยหรอ?"
"เพราะซอกจินเป็นส่วนหนึ่งของฉัน"
"น้ำเน่าจังนะ"
"ก็ตั้งแต่มีซอกจิน"


ผู้ชายสีชมพูหัวเราะเบาๆ ไอ้เขินก็เขินล่ะนะ นัมจุนเปลี่ยนไปหลายอย่างจริงๆ แต่ก็ใช่ว่านัมจุนจะเปลี่ยนคนเดียว เขาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ได้ว่ามันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็คือความรู้สึกของพวกเขา จากวันนั้นจนวันนี้


"แต่ฉันเองคิดว่าฉันคงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน"
"..."
"สำหรับฉัน .. นัมจุนคือโลกทั้งใบของฉันเลย"


"รักฉันรึเปล่า ?"
"รักฉันมั้ย ?"


ทั้งคู่ถามขึ้นมาพร้อมกัน ซอกจินไม่ตอบ นัมจุนไม่ตอบ ต่างฝ่ายต่างมองกันยิ้มๆ ... ถ้าบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา นัมจุนกับซอกจินไม่เคยบอกรักกันเลยจะเชื่อรึเปล่า ?


เรารักกันรึเปล่า ?





"มีแค่เราเท่านั้นที่รู้"


.

.

.

.

.


Never End




ตอนนี้ไรท์เล่น Ask ด้วยนะ นี่เลย >> ask.fm/joenzz
ถามมามั่ง เค้าอยากตอบ ถถถถถถถถถถถถถ
ถ้าเจอคำผิดบอกเค้าด้วยนะเตง

เพลงที่นัมจุนให้ซอกจินฟังคือเพลง So long – Apink ค่ะ
ไรท์ชอบเพลงนี้มากเลย ฟังละอิน 5555555555555

ส่งนัมจุนซอกจินมา
โมเม้นมันแทงตาเหลือเกิน
รู้สึกไม่ได้อัพนานเลยมายาวๆเป็นปลาหมึกรีดเลยค่ะ 5555555555555

มีโฮปก้านิดๆ
อยากจะสเปให้แต่เดี๋ยวจะดูอีกที ฮิ___ฮิ

เห็นเขียนหลายคู่แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนใจไปจากนัมจุนยูนกิน้า ~ แค่พักยกเฉยๆ - w -

#yttnj

รักมายรีดนะ ชยู้บบ ~ <3


  1. 2014/07/21(月) 02:18:34|
  2. Category: None
  3. | Comments:0

[SF] Artholic (Chanyeol x Baekhyun)



Title : Artholic
Rate : R-18
Author : JOREN'z
Talk : เอาฟิคเก่ามาแปลงหากินค่ะ ถถถถถถถถถถ ต้นฉบับเป็นคู่กงยองที่เพื่อนเคยขอให้แต่งเลยแต่งค่ะ 5555555555555555 เอนจอยฟิคชุ่นกันถ้วนหน้านะคะ <3


.

.

.


โครงหน้าได้รูป คิ้วเข้มโก่งสวย ดวงตาสีนิลเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มน่าแนบจูบ และปลายคางมนแสนสมบูรณ์แบบ ราวกับงานศิลปะที่พระผู้เป็นเจ้าบรรจงสรรสร้างมาเองกับมือ หลงไหลจนแทบละสายตาออกมาไม่ได้


มือบางลากตวัดเส้นพริ้วด้วยดินสอดำสำหรับเรียนวิชาวาดรูป สายตาจับจ้องไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างระวังพยายามไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว ไม่ได้สนใจแม้รูปปั้นตามแบบศิลปะกรีกโบราณกลางห้องที่เป็นต้นแบบสำหรับชั่วโมงเรียนนี้


เพื่อนร่วมคลาสสุดหล่อก็ไม่ได้รู้ตัว ว่ามีคนกำลังใช้ตัวเองเป็นแบบวาดรูป ยังคงจดจ่ออยู่กับภาพของตัวเองต่อไปจนเวลาเลิกคลาสมาถึง แต่ด้วยความบรรจิตบรรจง ภาพเหมือนของศิลปะจากพระเจ้าของเขาจึงยังไม่สมบูรณ์


ร่างเล็กหันซ้ายหันขวาพลางเก็บอุปกรณ์และพยายามไม่ให้ใครเห็นรูปนอกบทเรียนที่ตนเองวาด เมื่อมองไปทางต้นแบบมีชีวิต ร่างสูงก็กำลังจะเดินออกไปเสียแล้ว ขาเรียวจึงพาตัวเองตามออกไปพยายามไม่ให้อีกคนรู้ตัว แต่ด้วยความรีบร้อนฝ่าเท้าทั้งสองข้างก็เกิดพันกันกลางขั้นบันไดเสียอย่างนั้น


"ย่าาา!" ..ฮือ ต้องตกลงไปแน่ๆเลย


เสียงหวานร้องหลุดออกมาดังลั่น จนคนที่อยู่ถัดลงไปหันมามองด้วยความตกใจ ดวงตาเรียวรีหลับแน่นรอให้ตัวเองร่วงลงไปเมื่อร่างเล็กๆไม่สามารถต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ แต่เมื่อรู้สึกถึงแรงปะทะ เขาก็ต้องแปลกใจกับพื้นคณะที่มันนิ่มๆ แถมยังอุ่นๆอีกต่างหาก


"เป็นอะไรรึเปล่าครับแบคฮยอน ?"


เสียงทุ้มนี่มัน ... ร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นมองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่อยู่ใกล้เพียงข้างหู พอเห็นว่าใครเป็นคนรับเขาเอาไว้ ตั้งหลักได้ก็รีบเด้งตัวออกจากอ้อมอกแกร่งทันที สองมือเรียวสวยยกขึ้นทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค พลางยิ้มแหยๆ


"ไม่เป็นไร .. ฉันโอเค โอเค"


ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะน้อยๆกับท่าทางของอีกคน ก่อนจะช่วยเก็บของที่อีกคนทำหลุดมือตอนสะดุดตกบันไดเมื่อครู่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นภาพวาดเหมือนของตัวเองบนเฟรมวาดภาพแผ่นนั้น ส่วนเจ้าของภาพนั้นก็แทบจะแข็งเป็นหินเมื่อความลับสุดยอดของวันแตกออกจนได้


"นี่แบคฮยอนยังวาดไม่เสร็จเลยนี่ครับ ... อยากวาดต่อมั้ยครับ วันนี้ผมว่างนะ"


แต่คำพูดที่อยู่เหนือความคาดหมายก็ออกมาจากริมฝีปากหยักของต้นแบบมีชีวิตและรอยยิ้มแสนละมุนที่ถูกส่งมาก็ทำให้แบคฮยอนหน้าเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ แน่นอนว่าเขาต้องอยากวาดต่ออยู่แล้ว ... บยอนแบคฮยอนยังคงมีท่าทางลังเล แต่พอมองกลับไปที่ใบหน้าหล่อที่ยังคงระบายยิ้ม ...


"แล้วจะวาดที่ไหนดีล่ะ?"
"ห้องผมก็ได้อยู่ตรงหอพักถัดไปอีกไม่กี่ป้ายจากมหา'ลัยนี่เอง"


อ่า..ห้องส่วนตัวเลยนะ แบคฮยอนนายไม่ควรจะ...


"ตกลง"
"งั้นไปกันเลยครับ"


แล้วร่างเล็กก็ก้าวขาวเรียวๆเดินลิ่วตามร่างสูงของอีกคนไป แม้ความคิดด้านดีและชั่วยังจะตีกันอยู่ในหัวกลมๆนั่นก็ตาม เขาก็แค่อยากวาดรูปให้เสร็จเท่านั้นเอง มีแบบอยู่ตรงหน้ามันดีกว่าจินตนาการเอาเองเป็นไหนๆ


อ้างได้ก็อ้างไป .. บยอนแบคฮยอน นายนี่มันใช้ไม่ได้ !


.

.

.


แสงไฟที่สว่างขึ้นภายในห้องพักขนาดพออยู่พอใช้ ทำให้แบคฮยอนมองเห็นงานศิลปะต่างๆที่แขวนอยู่ตามพนังห้อง บ้างก็อัดใส่กรอบไว้อย่างดี บ้างก็เป็นเพียงกระดาษ 100 ปอนด์ใช้เทปใสแปะมุมไว้เท่านั้น ทุกผลงานล้วนมีลายเซนเรียบๆพร้อมวันที่ตรงมุม กระดาษ


'P.CHANYEOL'


"ตามสบายเลยนะครับ"


แบคฮยอนที่กำลังมองงานศิลปะแปลกตาก้มหัวรับน้อยๆก่อนจะวางของไว้ที่โต๊ะตัวเตี้ยกลางห้อง งานส่วนใหญ่บนผนังเป็นงานสีน้ำที่เขาไม่ถนัดนัก มีทั้งงานลงสีหยาบๆที่ต้องมองจากระยะไกล หรืองานที่เก็บรายละเอียดทุกแสงเงา หรือแม้แต่ที่ใช้สีเพียงสีเดียวในการถ่ายทอดความรู้สึก


ดูเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากแฮะ ...


"แบคฮยอนทานอะไรหน่อยมั้ยครับ หรือจะทานไปวาดไป?"
"อ่า ทานไปวาดไปก็ได้จะได้ไม่เสียเวลา"


เสียงหวานบอกตามหลังคนที่หายเข้าไปในครัวอย่างติดจะเกรงใจ ไม่นานนักขนมปังราดนมข้นกับโกโก้ร้อนสองแก้วก็ถูกวางลงตรงหน้า พอดีกับที่แบคฮยอนเสร็จจัดตัวเองนั่งให้ถนัดสำหรับการวาดรูป ดินสอดำแท่งเดิมอยู่ในมือเรียวสวย


"ผมต้องทำยังไงบ้างครับ?"
"อ่า..นายนั่งเฉยๆก็พอแล้ว ไม่ต้องเกร็งนะเป็นธรรมชาติ"


เมื่อเห็นอีกคนจัดท่าเรียบร้อย มือบางก็เริ่มลากเส้นลงบนกระดาษ ทีละเส้นๆอย่างบรรจง ทุกแสงเงาถูกแต่งเติมอย่างตั้งใจ ดวงตาเรียวจ้องสลับระหว่างต้นแบบกับภาพเหมือน โดยไม่รู้ตัวว่าเค้าเองก็ถูกอีกฝ่ายจ้องอยู่เช่นเดียวกัน


ผิวขาวใสปานหิมะแรก ดวงตาเรียวรีราวถูกพู่กันกรีดวาด ปลายจมูกรั้น และริมฝีปากบางกระจับสวย งดงามเหมือนนางฟ้าจากแดนสวรรค์ ดวงตาสีนิลจดจ้องใบหน้าหวานไม่ละสายตายามที่ริมฝีปากสีสดยกยิ้มบางอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง จนร่างสูงสะดุ้งขึ้นน้อยๆรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนตัวเล็กส่งเสียงบอกว่าวาดเสร็จแล้ว


"เย่ ~ เสร็จแล้วๆ"
"ขอดูหน่อยสิครับ"


มือกว้างถือสิทธิ์เอื้อมหยิบรูปจากมืออีกคนขึ้นมาพิจดู อดจะเอ่ยชมกับเจ้าของผลงานไม่ได้ ดวงตาสีนิลเป็นประกายอย่างประทับกับลายเส้นบนกระดาษ ในภาพเป็นเขาที่กำลังอมยิ้ม เขารู้สึกเหมือนกำลังส่องกระจกอยู่เลย


"เหมือนผมมากเลย ลายเส้นละเอียดมากๆ"
"อ่า ขอบคุณนะ"


มุมปากยกยิ้มขึ้นรับคำชมพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยอย่างเก้อเขิน แล้วกล่าวขอบคุณต้นแบบสุดหล่อ ตั้งท่าเก็บของเตรียมจะกลับแต่ก็โดนเสียงทุ้มหยุดไว้เสียก่อน


"ผมเองก็อยากวาดรูปแบคฮยอนเหมือนกันนะ แบคฮยอนพอจะว่างมั้ยครับ ?"


แม้จะชั่งใจแต่เค้าไม่ควรปฏิเสธ ทีอีกคนยังเป็นแบบให้เค้าเลย ทำไมจะไม่ได้ล่ะเนอะ ... จริงๆก็อยากอยู่ด้วยนานๆต่างหาก ...


บยอนแบคฮยอนใช้ไม่ได้อีกแล้ว !


"อื้ม ฉันว่าง นายให้ฉันโพสยังไงดีล่ะ ?"


ร่างเล็กลองโพสท่านั่งท้าวคางเก๊กขรึม แล้วเปลี่ยนเป็นนั่งชันเข่าเอามือเสยผมอย่างที่คิดว่าหล่อที่สุดในชีวิต จนร่างสูงหลุดยิ้มขำออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะเดินไปหยิบดินสอและสมุดวาดรูปขนาดกลางมาเตรียมพร้อม


"ทำตามที่ผมบอกนะครับ"


.

.

.


แบคฮยอนกำลังคิดว่าเขาตัดสินใจผิดตั้งแต่ตอบตกลงมาวาดรูปกับต้นแบบสุดหล่อคนนี้ เขามาทำอะไรที่นี่ ? มาทำอะไรแบบนี้ให้มันหวิวแปลกๆ ใบหน้าร้อนจนแทบไหม้ .. จะบ้า บยอนแบคฮยอนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ !!


"อย่าเกร็งสิครับแบคฮยอน" เสียงทุ้มเอ่ยบอก คนที่นอนเปลือยท่อนบนเป็นแบบให้เค้าวาดรูป
"ก็มันหวิวนี่นา"
"ผู้ชายด้วยกันจะอายทำไมล่ะครับ"


พูดยิ้มๆรู้สึกเอ็นดูแก้มแดงๆของอีกคน แม้ช่วงล่างจะยังมีกางเกงสวมไว้ปิดทับด้วยผ้าห่มอีกชั้นแต่ร่างเล็กก็ยังรู้สึกประหม่าจนเกร็งไปหมด เสียงหวานจึงสรรหาเรื่องมาชวนคุยให้ได้คลายความเกร็ง ปลายดินสอไม้สีเข้มตวัดเป็นเส้นอิสระสร้างเส้นผมนุ่มที่กระจายอยู่บนหมอนลงไปในแผ่นกระดาษ


"ทำไมนายถึงได้อยากวาดฉันแบบนี้นะ?"
"เพราะผมยังไม่เคยลองวาดน่ะสิ"
"หื้ม ?"


คำตอบคลุมเครือจากต้นแบบหน้าหล่อพาให้แบคฮยอนต้องขมวดคิ้ว เจ้าของเสียงทุ้มไม่ได้พูดอะไรอีก พลางเบนสายตาลงต่ำไล่มองแผ่นอกบางที่ประดับด้วยเม็ดทับทิมสีอ่อน ยามที่อีกคนพลิกตัวหันมาหาเขา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงแวบเดียวก่อนจะหายไปพร้อมปลายเส้นตวัดลงลายเซนชื่อเจ้าของผลงานพร้อมวันที่


"ทำไมแบคฮยอนถึงวาดรูปผมล่ะครับ ?"


ประโยคคำถามถูกตั้งขึ้นทำเอาคนที่นอนเป็นแบบอยู่ชะงักนิ่ง ถ้าจะให้ตอบว่าชอบนายเลยวาด .. ก็ไม่ใช่วิถีของบยอนแบคฮยอนซักเท่าไหร่ เบนสายตาไปมองคนที่ยังจ้องเขานิ่งก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร


"ก็ .. ฉัน .. ยังไม่เคยลองวาดน่ะสิ"


แล้วบยอนแบคฮยอนก็สิ้นคิด ตอบย้อนด้วยคำตอบเดิมของอีกคน ต้นแบบหน้าหล่อยิ้มขำกับท่าทางของอีกคน ก่อนจะเริ่มพูดต่อดึงความสนใจของคนตัวเล็กกลับมาที่เขา


"แต่ก็ยังมี .. อีกแบบที่ผมไม่เคยได้ลองลงมือทำ"


สมุดวาดรูปถูกวางทิ้งไว้ที่โต๊ะข้างเตียง แล้วร่างสูงก็เขยิบมานั่งบนเตียงเดียวกับต้นแบบตัวเล็กของเขา แบคฮยอนกำลังจะยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องตกใจเมื่ออีกคนโถมตัวขึ้นคร่อมเขาเอาไว้ มือบางออกแรงผลักตามสัญชาตญาณแต่ข้อมือบางก็ถูกกดรวบลงกับเตียงเสียก่อน


"ช..ชานยอล..!"
"ไม่ต้องตกใจครับ"


ร่างเล็กที่ตั้งท่าจะส่งเสียงโวยวายจำต้องเงียบลงเมื่อใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้จนหน้าผากแนบกัน นัยตาสีนิลของคนด้านบนกำลังสะท้อนเงาของเขาอยู่ในนั้น เหมือนสะกดให้เขาต้องหยุดนิ่งตามที่อีกคนต้องการ


"ผมแค่จะสร้างงานศิลปะของผมเท่านั้น"


.

[ฉากนั้นไม่มีอะไร]

.


กลีบปากอุ่นจัดจุมพิตแผ่วเบาบนเรียวปากสีสด เลื่อนมาที่แก้มใส ก่อนจะลากต่ำลงจูบซับเน้นหนักที่ลำคอขาว สร้างความตื่นตระหนกให้ร่างข้างใต้ ทั้งที่ตอนแรกยังจะออกแรงดิ้นให้หลุดพ้นจากพันธนาการแต่ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว


"แบคฮยอนจะเป็นผืนผ้าใบ ส่วนผมจะเป็นพู่กันและสี"


กระซิบหยอกที่ข้างหูพลางขบกัดเย้าแหย่แล้วเริ่มแนบริมฝีปากตรีตราสีเข้มบนผิวขาวจัด แต้มสีสันลงบนเรือนร่างที่เขาเปรียบเป็นผืนผ้าใบตามหน้าที่ของสีและพู่กัน เรื่องลงมาตั้งแต่ซอกคอหอมกรุ่น แนวกระดูกไหปลาร้า และแผ่นอกขาว


"อืออ .. ชานยอล"


สัมผัสที่ไม่คุ้นเคยเรียกเสียงหวานผะแผ่ว หลับตาเรียวแน่นด้วยความประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกยามที่ริมฝีปากอุ่นจัดแนบประกบกับอวัยวะเดียวกันของตัวเอง แรงบดเบียดเบาๆในทีแรกเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้นแต่ยังคงอ่อนหวานพาให้เคลิบเคลิ้มจนเผลอเปิดทางให้ปลายลิ้นร้อนแทรกเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากอุ่น


"อื้อ...อือ.."


ลิ้นนุ่มเกี่ยวรั้งรับอีกฝ่ายที่รุกเร้าอย่างเหนือกว่า ผวาร่างขึ้นตามฝ่ามืออุ่นที่ลูบลากต่ำลงเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่ขอบกางเกง ใบหน้าหวานเบี่ยงหลบหมายจะเอ่ยห้าม แต่ก็ถูกปากอุ่นจัดประกบปิดไว้เช่นเดิม กระทั่งกางเกงขายาวหลุดออกจากปลายเท้าพร้อมผืนผ้าห่มที่เคยคลุมช่วงล่างเอาไว้อันตรธานหายไปให้ความหวิววาบเข้ามาแทนที่


"อ่ะ..อย่า..."


ความกระสันเสียวเข้าเล่นงานระรอกแรกด้วยนิ้วปลายเรียวที่เขี่ยสะกิดล้อเม็ดบัวสีหวานบนแผ่นอกขาว ตามด้วยความอุ่นชื้นที่เรียวลิ้นดูดดึงเล่นอีกฝั่ง อดไม่ได้ที่จะแอ่นอกสะท้านรับสัมผัสรัญจวน มือเรียวสวยเลื่อนลงขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มไว้เต็มกำมืออย่างเผลอตัว


"อ๊ะ .. อื้ออ .. ชาน .."


สุดท้ายแบคฮยอนก็หลงไหลมัวเมาไปจนยากจะถอนตัวจากอารมณ์ร้อนนี้ไม่รู้ตัวแม้อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดจากร่างเหลือเพียงกายเปลือยเปล่าให้ผู้สร้างผลงานได้ยลชม ผืนผ้าใบมีชีวิตส่งเสียงครางเบาหวิวตามกลีบปากร้อนที่ตรีตราสีเข้มเรื่อยลงถึงโคนขาขาว ผิวเนื้อนุ่มนิ่มชวนให้อดไม่ได้ที่จะกัดลงไปเสียที


ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่ซุกอยู่ตรงหว่างขาตัวเอง เพียงแค่สบตากับอีกคนก็ต้องเบนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอายเอาไว้ ความร้อนเร่าในแก้วสีนิลที่จ้องมานั้นแทบจะแผดเผาบยอนแบคฮยอนให้ละลายคาเตียงนุ่ม ลิ้นสากลากชิมขึ้นมาทักทายส่วนน่ารักที่ชูชันตามอารมณ์ของเจ้าของอย่างซื่อตรง พลันครอบครองที่เดียวจนมิดให้ร่างบอบบางปล่อยเสียงครางหวานซ่านหู


"อ๊า! .. ชานยอล .. อาา"


ข่มตาหลับแน่นกับความเสียวกระสันที่ไม่เคยได้สัมผัส สะโพกกลมแอ่นรับพร้อมมือบางที่เผลอกดลงตรงศีรษะอีกคน รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่มเมื่อเห็นใบหน้าหวานสบัดเชิดขึ้นร้องลั่นยามที่ชานยอลดูดรั้งปลายของส่วนน่ารักแรงๆจนเกิดเสียง


ค่อยผละออกช้าๆเมื่อคิดว่าหยอกกันพอแล้ว เลื่อนปากลงต่ำไปยังกลีบเนื้อสีสดที่ปิดสนิท ปลายลิ้นตรงเข้าเล็มเลียเสียจนชุ่มฉ่ำ แล้วค่อยแทรกสอดปลายลิ้นเข้าไปเปิดทางคับแน่น ร่างเล็กแทบผวาตัวหนีแต่ก็ถูกมือกว้างรั้งไว้ ปากบางเม้มแน่น


"อย่าเกร็งสิครับ ยิ่งเกร็งจะยิ่งเจ็บนะ"
"ชาน..ยอล..ฮื่อออ.."


เลื่อนตัวขึ้นมาแนบจูบหวานปลอบประโลมร่างข้างใต้ให้หายตื่นตระหนก ปลายนิ้วเรียวยาวชำแรกลึกเข้าไปในช่องทางร้อนจัด มือบางเกาะแน่นที่ไหล่กว้าง น้ำตาเริ่มปริ่มขอบตาเรียวเมื่อนิ้วที่สองแทรกตามเข้ามาและนิ้วที่สามไม่ห่างกันนัก


"เจ็บ .. ชานยอล .. ฉันเจ็บ"
"อืมม .. แบคฮยอนผ่อนคลายนะครับคนเก่ง"


เพียงแค่นิ้วถูกความคับแน่นของอีกคนโอบล้อม ยังต้องกัดฟันข่มอารมณ์จนเห็นเป็นสันกรามชัดเจน แค่คิดว่าถ้าเป็นอย่างอื่นของเขาชานยอลก็แทบเสร็จในจินตานาการเสียตอนนั้น


ก้านนิ้วยาวเริ่มขยับเข้าออกช้าๆให้อีกคนเคยชินแล้วจึงเร่งจังหวะขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมุนวนควานหาจุดสำคัญภายในร่างบางจนสะโพกบางต้องส่ายร่อนตามด้วยความเผลอไผล แล้วกระตุกรัดนิ้วยาวแน่นเมื่อโดนจี้จุดเข้าให้


"อี๊ .. ตรงนั้น ...อื้ออออ ~"


ร่างบางหอบหายใจสะท้านเมื่อเกิดความวูบโหวงในช่องท้อง ชานยอลถอนนิ้วออกไปแล้ว ร่างสูงยันตัวขึ้นจัดการกับเสื้อผ้าของตนเอง ก่อนโน้มตัวลงคร่อมทับร่างเล็กไว้อีกครั้ง รสจูบดูดดื่มถูกมอบให้ไม่มีขาดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของแบคฮยอนเอาไว้


เพียงชั่วลมหายใจแกนกายร้อนจัดก็กดแทรกเข้าในร่าเล็กทีเดียวจนมิด เสียงทุ้มคำรามต่ำอย่างพอใจคลอเคล้ากับเสียงหวานที่ครางลั่นสั่นเครือ ใบหน้าหล่อเหลาของคนเหนือร่างพร่าเลือนด้วยน้ำใสที่ปริ่มขอบตาจากห้วงอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน


"อ๊าาา .. ชานยอล .. อึก..!"
"อาาา .. แบคฮยอน.."


เพียงสะโพกแกร่งเริ่มขยับช้าๆเนิบนาบ ใบหน้าหวานก็สบัดซบลงกับหมอนกัดปากแน่น บทเพลงรักแสนเร่าร้อนเร่งจังหวะเร็วและหนักหน่วงขึ้นจากเดิม ความเจ็บเสียดจางหายไปทิ้งไว้เพียงความสุขซ่าน ที่ระบายออกมาเป็นเสียงครางหวานพร่า


มือขาวป่ายปัดผวาขึ้นกอดร่างสูงแน่น เรียวขาขาวถูกรั้งขึ้นจนไม่ติดพื้นเตียง เปิดทางให้ชานยอลแทรกกายได้ลึกขึ้นอีก ใบหน้าหล่อซุกไซร้ที่ซอกคอขาวแต้มรอยรักสูดเสพกลิ่นกายหอมติดจมูก เสียงครางที่อื้ออึงอยู่ข้างหูยิ่งโหมอารมณ์ให้โถมกายเข้าหา

"แบคฮยอน .. อาาา .. แบคฮยอนรัดผมแน่นมาก .. ซี๊ด.."


ทั้งจงใจเรียกชื่อและกระซิบบอกประโยคสื่อความกระหายในรสรัก เสียงแหบพร่าทำให้แบคฮยอนได้แต่หน้าขึ้นสีจัดจนถึงใบหูด้วยความเขินอาย ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้น ในใจสั่นไหวยามได้ยินเสียงหวานกระเส่าเรียกชื่อเขา เป็นการยากที่จะยั้งแรงกระทำต่อร่างเล็กตรงหน้า


"ชาน ..อื้อ ...ชานยอล .. อ้าา .. อ๊ะ ..อ๊ะ!"


ร่างขาวบิดพริ้วขึ้นยามที่กายร้อนจัดแทรกเข้าลึกจนรู้สึกร้อนไปทั้งกายและความรู้สึก ขยับร่อนสะโพกรับจังหวะรักอีกคนไม่ขาด ยิ่งปลายทางใกล้เข้ามาช่องทางคับแน่นก็ยิ่งบีบรัดจนชายหนุ่มหลุดคำสบถออกมา ก้มลงกดจูบไซร้ซ้ำๆซอกคอขาว ทั้งขบกัด ทั้งดูดดึง ทิ้งรอยสีช้ำไว้เพิ่มจากเดิม


"ผมจะเสร็จ .. อืมมม .. ข้างในนะ"


มืออุ่นเข้ากอบกุมแกนกายสีหวานเร่งรูดรั้งเป็นจังหวะเดียวกับจังหวะกระแทกกาย จังหวะรักถูกเร่งขึ้นขยับซอยถี่ยิบจนหายใจแทบไม่ทัน ริมฝีปากและเกลียวลิ้นดูดดึงกันจนแทบกลายเป็นชิ้นเดียว น้ำใสไหลย้อยที่มุมปากของแบคฮยอน


"อ่ะ ..อ๊ะๆ .. ชานยอล .. ชานยอล ..อ๊าาาา!!"
"อื้มมมม .. ซี๊ด .. แบคฮยอนอาา..."


แบคฮยอนครางเพ้อเรียกหาชานยอล ก่อนกายจะกระตุกขึ้นรับจังหวะสุดท้ายพร้อมหยาดน้ำขุ่นที่พุ่งเลอะหน้าท้องขาวพร้อมกับแกนกายร้อนกดลึกสุดพร้อมด้วยน้ำกามอุ่นจัดที่ทะลักเข้าไปโพรงอุ่นร้อนจนล้นออกมาเปรอะซอกขาขาว ร่างสูงทิ้งตัวลงทาบทับร่างข้างใต้


ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยจังหวะใกล้เคียงกัน อ้อมกอดอุ่นกระชับแน่นอย่างหวงแหนร่างขาวที่ประดับด้วยงานศิลปะจากริมฝีปากของเขา ก้มลงสูดกลิ่นกายหอมกำจายของอีกคนเสียชุ่มปอด เกลี่ยแก้มใสแดงปลั่งเบาๆ มองจ้องด้วยสายตาหวานฉ่ำในอารมณ์รัก


"สวย...แบคฮยอนสวยมาก"


ดวงหน้าหวานก้มหนีอีกคน เสียงทุ้มพาให้อีกคนเขินอายจนอยากจะหายไปจากตรงนี้เสียตอนนี้ แต่ติดที่ว่า...


ในตอนนี้บยอนแบคฮยอนไม่กล้าพอที่จะละจากสัมผัสของปาร์คชานยอล


ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเรียกให้ชายหนุ่มต้องกดจูบลงบนกลีบปากบางแดงช้ำแรงๆก่อนจะพลิกร่างเล็กให้อยู่เหนือตน ร่างบางผวาเฮือกจะขืนตัวขึ้น แต่มือหนาก็ยึดรั้งไว้แล้วกระชากสะโพกกลมลงนั่งคร่อมตักให้โพรงอุ่นร้อนกลืนแก่นกายอุ่นจัดไว้จนมิดอีกครั้ง


"อ๋าาา ~..ชาน ..อื้อ ..ยอล .."
"อา..หึหึ ผมจะให้แบคฮยอนสร้างผลงานบ้างดีมั้ยครับ ?"


แบคฮยอนซุกหน้าลงกับไหล่กว้างเมื่อรู้สึกถึงแกนกายอุ่นจัดที่เริ่มขยายขึ้นจนรู้สึกคับแน่นไปหมด ดวงตาสีนิลทอดมองร่างในอ้อมแขนด้วยสายอย่างที่บยอนแบคฮยอนไม่อาจปฏิเสธได้


มือขาวที่เกาะไหล่กว้างไว้จิกเล็บลงบนผิวเนื้อขาวเมื่อสะโพกกลมถูกยกขึ้นจนแกนกายร้อนๆเกือบหลุดออกแล้วกดลงมาจนสุดในทีเดียว ซ้ำยังลึกกว่าเดิม ร่างเล็กสั่นระริกแทบร้องเสียงหลงเมื่อชานยอลแกล้งร่อนควงสะโพกช้าๆ


"แบบนี้ .. แบคฮยอนทำได้ตามที่ตัวเองต้องการ ..."


กระซิบบอกข้างใบหูที่ขึ้นสีจัด ซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาวก่อนจะปล่อยให้อีกคนได้ทำตามใจ มือกว้างลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างขาว บีบขยำแก้มก้นนุ่มมืออย่างมันเขี้ยว และเพราะการรุกเร้าของคนตรงหน้า ทุกการกระทำของปาร์คชานยอลกำลังกระตุ้นให้แบคฮยอนเริ่มเรียนรู้ที่จะคุมจังหวะรัก


ริมฝีปากบางแนบลงตรงลำคอแกร่งขบกัดหนักจนขึ้นรอยเขี้ยวเรียกรอยยิ้มพึงใจจากอีกคน ร่างเพรียวบางขยับโยกอยู่เหนือร่างสูง ราวกับกำลังเริงระบำให้ชายหนุ่มได้เชยชม ความคับแน่นที่โอบรอบกายช่างยอดเยี่ยมยิ่งกว่าใคร


ปาร์คชานยอลกำลังหลงไหลในศิลปะแห่งเรือนร่างของบยอนแบคฮยอนอย่างโงหัวไม่ขึ้น บทเพลงรักร้อนถูกบรรเลงเพื่อสร้างสรรค์ศิลปะแห่งรสสัมผัส ไม่มีแม้ผู้ใดที่อยากจะถอนตัวขึ้นจากความสวยงามที่น่าหลงไหลนั้น


.

.

.


บยอนแบคฮยอนที่หลงรักในอารมณ์ของปลายพู่กันและปาร์คชานยอลที่หลงไหลในความงดงามของผืนผ้าใบ .


.

.

.

.

.

.


รุ่งเช้านี้มันแปลกไปจากทุกวัน แบคฮยอนตื่นสายกว่าปกติ แบคฮยอนไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยซักชิ้น พอจะยันตัวลุกขึ้นพบกับความปวดร้าวที่สะโพก และที่แปลกที่สุดก็คือ ... ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขา


อ่า ... เมื่อคืนบยอนแบคฮยอนทำตัวใช้ไม่ได้ นอนค้างห้องผู้ชายที่ตัวเองแอบชอบ แถมยังยอมให้เจ้าของห้องเล่น 1 2 ซั่ม กับตัวเองอยู่ตั้งหลายรอบจนปวดตัวไปหมดแบบนี้ แต่เขาเป็นผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนนางเอกละครหลังจากเสียตัวให้พระเอก จะทำอีกกี่รอบเขาก็ไม่ท้องหรอก


แต่ที่น่าคิดคือ .. ชานยอลทำไปแค่หน้ามืดหรือว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น บยอนแบคฮยอนจะเสียตัวฟรีรึเปล่า ?


ดวงตาเรียวเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวนอน มันคือสมุดวาดเขียนที่ถูกเปิดทิ้งไว้ มือขาวเอื้อมหยิบมันมาดู และพบว่าหน้าที่ถูกเปิดทิ้งไว้คือภาพวาดเหมือนของเขา ในภาพเขากำลังนอนคว่ำเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียง ที่มุมกระดาษมีลายเซนคุ้นตา


'P.CHANYEOL // 14.03.08'


เพราะหน้าที่เปิดค้างไว้ เริ่มเป็นส่วนท้ายๆเล่มของสมุดแล้ว แบคฮยอนจึงเลือกที่จะเปิดย้อนไปก่อนหน้านั้นว่าเจ้าของสมุดได้วาดอะไรไว้บ้าง แต่ก็ต้องเลิกคิ้วประหลาดใจ เมื่อภาพก่อนหน้านั้นเป็นภาพเหมือนของเขาอีกหลายภาพ ในอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดิน นั่ง กิน ยิ้ม หรือกำลังทำหน้าเศร้า ย้อนไปจนถึงภาพแรกเป็นภาพที่เขากำลังนั่งพิงต้นไม้หลับ ..


'P.CHANYEOL // 13.03.08'


แบคฮยอนนิ่งค้างไป หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองจนไม่รู้ตัวว่าเจ้าของสมุดกลับเข้ามาในห้องแล้ว ชานยอลที่พอเห็นสมุดวาดเขียนของตัวเองอยู่ในมือคนคนตัวเล็กก็อมยิ้มเล็กๆ แล้วนั่งลงบนเตียงพลางสะกิดแบคฮยอนให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง ซึ่งคนโดนเรียกก็ตกใจ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาซักคำ


ชานยอลดึงสมุดวาดเขียนของตนจากมือขาว ก่อนจะยื่นแก้มนมร้อนที่ติดมือมาด้วยให้คนตัวเล็กรับไปแทน รอยยิ้มละมุนที่พาให้ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นยังคงถูกส่งมาให้แบคฮยอน ยิ่งตอนนี้ท่อนบนของปาร์คชานยอลกำลังเปลือยเปล่า บยอนแบคฮยอนก็แทบจะทำสติหล่นหาย


"ดื่มซะสิ เช้านี้อากาศค่อนข้างเย็นนะ"
"อ่ะ .. อือ ขอบใจ" ... อากาศเย็นแล้วทำไมไม่ใส่เสื้อ ?


มือขาวๆค่อยยกแก้วนมร้อนขึ้นดื่มช้าๆ จนเกือบหมดแก้วแล้วจึงวางแก้วไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ลอบมองปาร์คชานยอลที่กำลังเปิดสมุดวาดเขียนของตัวเองดู บนแผงอกและไหล่กว้างมีทั้งรอยจูบและรอยข่วน ซอกคอขาวๆปรากฏทั้งรอยเขี้ยวสีเข้มบ้าง จางบ้าง พอก้มมองตัวเอง สภาพก็ไม่ต่างกันเลย


"ทำไม... นายถึงวาดรูปฉัน"
"ก็ผมชอบแบคฮยอนไงครับ"
"......"


ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ก็ช่วยหาสติมาคืนบยอนแบคฮยอนด้วยนะ


"แล้วแบคฮยอนล่ะครับ ทำไมถึงวาดรูปผม"
"...ก็แค่ ... ชอบ ..เลยวาด"
"เหมือนกันเลยนะครับ"
"แต่ตอนนี้ไม่อยากวาดแล้ว ไม่อยากเป็นต้นแบบแล้วด้วย"
"..?"
"อยากเป็นผ้าใบ ให้พู่กันวาด"
"......."
"......."
"งั้นผ้าใบคนสวยต้องให้พู่กันด้ามนี้วาดได้แค่คนเดียวนะครับ"


.

.

.



NEVER END .





เอาของเก่ามาหากิน แต่ก็รีไรท์ใหม่ไปเกินครึ่งค่ะ 55555555
สารภาพว่า ตอนแต่งกงยองไม่อินเท่านี้
เป็นเวอร์ชานแบคแล้วจะฟินกว่าค่ะ แอ้ -//-
รีดเดอร์จะเป็นผ้าใบหรือพู่กันดีคะ ? คึคึคึคึ

ที่กบดาน @JORENZz สกรีม #อฮลชบ
เลิ้บมายรีด. <3


  1. 2014/07/21(月) 02:17:36|
  2. Category: None
  3. | Comments:0

[SF] Paradise (Yunho x Jaejoong)



Title : Paradise
Rate : NC-17
Author : JOREN'z
Talk : เรื่องนี้ได้แรงบันดาลมาจากเพลงทั้งหมดค่ะ เพลง Paradise ของแจจุง ในอัลบั้มใหม่ที่นางโชว์นู่นเปลือยนี่เป็นว่าเล่น จนไรท์อยากจะส่งหมีไปปราบ(ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของฟิค ก้ากกกกก) แอออ้ xD เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วแล้วเสียงคุณเมนติดในรูหูมากเลยค่ะ โดยเฉพาะคำว่า Look at my eyes ไรท์ก็ลุคจนแทบสิงจออยู่แล้วค่ะ ถถถถถถถ ช่วงนี้ก็งานที่โรงเรียนเยอะค่ะ ฟิคอาจจะกะโหลกๆไปบ้างนะคะ เอนจอยฟิคชุ่นค่ะ - . . -


.

.

.


ปุยหิมะสีขาวโรยตัวลงมาจากท้องฟ้าช้าๆ ... เหมือนฝีเท้าของเขา เชื่องช้า แผ่วเบา และเดียวดาย รอบกายเต็มไปด้วยแสงสี ภาพคู่รัก กลุ่มเพื่อนพ้องเดินพูดคุยหยอกล้อ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แค่มองดูก็รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นรู้สึก 'อุ่น' แค่ไหน


อุ่นใจ ...


ช่างต่างจากเขาเหลือเกิน หนาว ... ภายในใจ


ขาเรียวก้าวผ่านร้านรวงมากมายระหว่างทางกลับคอนโดของเขา มองไปทางใดก็มีแต่ผู้คนที่ดูมีความสุข ร่างเพรียวพ่นลมหายใจออกมา ไอสีขาวปรากฏขึ้นแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว อากาศเริ่มเย็นลงอีกแล้วคงจะเป็นเพราะหิมะนี่ล่ะมั้ง


มือขาวยกขึ้นถูๆกันเบาๆก่อนจะล้วงกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเข้ม ระยะสายตามองเห็นคาเฟ่แห่งหนึ่งที่เขาเองก็เดินผ่านมันทุกวัน แต่ไม่เคยเข้าไปเลยสักครั้ง แต่วันนี้ขาเรียวเลือกที่จะเลี้ยวเดินเข้าร้านไปอย่างไม่ลังเล หาอะไรอุ่นๆดื่มซักหน่อยก็คงดี


เสียงกระดิ่งดังขึ้น ไล่เลี่ยกับเสียงของพนักงานกล่าวต้อนรับลูกค้า อากาศข้างในนี้อุ่นกว่าข้างนอกนั่นเป็นไหนๆ บรรยากาศภายในร้านเป็นสไตล์วินเทจ อบอุ่นและคลาสสิค คลอเสียงดนตรีแจสเบาๆ จัดว่าเป็นร้านที่น่านั่งทีเดียว แต่มันดูเงียบเหงา ไม่ได้มีผู้คนแน่นหนาอย่างร้านอื่น


ร่างเพรียวทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าเค้าท์เตอร์ ตรงนี้ไม่มีใครเลยนอกจากเขา กวาดสายตาดูเมนูก็พบว่าจริงๆแล้วที่นี่เปิดเป็นบาร์ด้วย มีรายการเครื่องที่มีแอลกอฮอลอยู่แต่สามารถสั่งได้ตั้งแต่ 4 ทุ่มไปแล้ว นี่ก็เพิ่งจะ 3 ทุ่ม ...


"เอาโกโก้ร้อนแล้วก็ชิฟฟ่อนช็อคโกแล็ตชิ้นนึง"
"ซักครู่นะครับ"


บาริสต้าหนุ่มที่ยืนรอรับออเดอร์คุณลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มรับและเริ่มชงเครื่องดื่มตามที่สั่ง กลิ่นโกโก้หอมละมุนทำให้ร่างเพรียวรู้สึกผ่อนคลาย ไม่นานนักโกโก้ร้อนและชิฟฟ่อนช็อคโกแล็คก็มาวางตรงหน้า พร้อมด้วยกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ ให้คิ้วสวยเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ


"เมอรี่คริสมาสต์ครับ"


เสียงนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้มอุ่นๆ ให้ปากบางสีอ่อนต้องยิ้มตอบ "เมอรี่คริสมาสต์เช่นกัน"


มือขาวเก็บเจ้าของขวัญกล่องน้อยลงกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเริ่มจิบเครื่องดื่มและละเลียดชิมโกโก้ร้อนที่ไม่หวานหรือขมจนเกินไปช้าๆ ไม่รีบร้อน คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บ้างก็นั่งฟังเพลงบรรเลง ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไป มองออกไปนอกร้านหิมะก็ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย


ชิฟฟ่อนช็อคโกแล็ตหมดไปแล้ว เหลือโกโก้ที่เริ่มอุ่นๆอีกเกือบครึ่งแก้ว เสียงกระดิ่งดังขึ้นแต่คราวนี้กลับไม่มีเสียงต้อนรับของบาริสต้าหนุ่ม ลูกค้าร่างสูงเดินตรงเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงเค้าท์เตอร์ ถัดไปจากเขา


"เหมือนเดิมนะชางมิน"
"วันนี้มาเร็วนะครับ"


ชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่าการขานรับในลำคอ ไม่นานนักแก้วชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมวางลงไม่ไกลจากที่เขานั่ง กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยมาจางๆ พอเหลือบสายตาไปมองก็พบกับเค้กชาเขียวอีกชิ้นวางอยู่ แต่ไม่มีกล่องของขวัญกล่องเล็กเหมือนที่เขาได้


"น่ากินใช่มั้ยล่ะ ?"


อยู่ๆเสียงทุ้มก็ถามขึ้นให้ร่างเพรียวได้สะดุ้ง มองไปรอบๆก็ไม่เห็นมีใคร หันกลับไปมองเจ้าของเสียง ก็เห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้อย่างเป็นมิตร ดวงตากลมกระพริบปริบๆติดจะงุนงงอยู่ซักหน่อย


"ผมเห็นคุณจ้องมันอยู่"
"มันก็...น่ากิน หน้าเค้กน่ารักดีน่ะ"


ตอบเบาๆอย่างประหม่าเมื่อถูกคนแปลกหน้าทักแบบนั้น ถึงจะเคยโดนทักเวลาไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์บ้าง แต่มันก็ถามด้วยจุดประสงค์อย่างอื่น ไม่ได้ทักทายเหมือนรู้จักกันมาก่อนแบบนี้ แถมยังรอยยิ้มแบบนั้นอีก ... ใจเต้นแรงเลยล่ะ


"ฮ่ะๆๆ คุณเพิ่งเคยมาทีนี้ใช่มั้ย? ผมไม่เคยเห็นคุณเลย"
"อ่า...ใช่ ก็ผ่าน ทางกลับบ้านน่ะ"
"คุณอยู่แถวนี้หรอ"
"คอนโดตรงหัวมุมถนนน่ะ เพิ่งย้ายมา"


ใบหน้าได้รูปพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยกชาร้อนขึ้นดื่มช้าๆ ดวงตากลมลอบมองพิจราณาโครงหน้าของอีกคนเงียบๆ คิ้วเข้มสวยรับกับดวงตาเรียวคม จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากเป็นกระจับ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้น และการแต่งตัวที่เรียบง่าย แต่มันก็ดูดีมากๆ ผู้ชายคนนี้หล่อจริงๆ


ดูเหมือนจะมองนานไปหน่อย คนถูกจ้องถึงเริ่มรู้สึกตัวและหันมาให้ได้สบตากันพอดี ดวงตากลมหลบวูบ รับรู้ได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมา เผลอเม้มปากเบาๆอย่างที่ติดเป็นนิสัย


"คุณชื่ออะไร?"
"ห้ะ เอ่อ...คิมแจจุง"
"ผมชื่อยุนโฮ ชองยุนโฮ"


ชื่อก็หล่อเหมือนหน้าตาเลยแฮะ .. อ่า ... รอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว ใจสั่นเขาไปหมดแล้วนะ


"แจจุงชอบหน้าหนาวมั้ย?"
"ก็ชอบหิมะมันสวยดี แต่ไม่ชอบที่มันหนาว"
"ก็มันคือหน้าหนาวนี่"
"นั่นสินะ"


เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ภายในคาเฟ่เล็กๆไล่ให้ความเงียบเหงาจางหายไป เติมเต็มความอบอุ่นให้บรรยากาศของร้านมากขึ้นอีก บทสนธนาสั้นบ้าง ยาวบ้าง จบลงและเริ่มใหม่มีทั้งรอยยิ้มและสีหน้าเศร้าๆในบางคราว แต่ไม่นานก็มีรอยยิ้มขึ้นมาอีก


เพราะชองยุนโฮ ... ชองยุนโฮกำลังทำให้หัวใจของคิมแจจุงอุ่นขึ้นมาทีละนิด


"หิมะหยุดตกแล้ว"
"อ่า ... นี่ก็ดึกแล้ว ผมควรจะกลับแล้วล่ะ"
"ให้ผมไปส่งนะ"
"ไม่เป็นไรหรอก รบกวนคุณเปล่าๆ"
"ผมก็กลับทางนั้นเหมือนกัน"
"อ่า..."
"จะได้ไม่หนาวมากไง มีคนเดินข้างๆ"


นอกจากหน้าจะร้อนแล้ว แก้มเขาต้องแดงมากแน่ๆเลย ขาเรียวก้าวเดินออกจากร้านตามร่างสูงที่เดินนำไปก่อนแล้ว ฝีเท้าเอื่อยๆก้าวไปตามทาง ท่ามกลางสีขาวโพลนของหิมะ หลังจากหิมะตกท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งจนสามารถมองเห็นดวงดาวดวงเล็กๆได้ หนุ่มชองมักจะเป็นฝ่ายชวนแจจุงคุยก่อนเสมอ ซึ่งแจจุงเองก็ตอบคำถามของคนพูดเก่งเสมอเช่นกัน


นอกจากหัวใจของคิมแจจุงจะอุ่นขึ้นแล้ว .. ยังเต้นแรงมากๆอีกด้วย


อยากให้เวลามันผ่านไปช้าๆจัง


"คุณไม่มีแฟนหรอ ?"
"หืม? .. ไม่มีหรอก"
"แต่คุณก็ออกจะหน้าตาดี แถมยังคุยเก่งด้วย ผิดกับผม.."
"ทำไมล่ะ ? แจจุงก็ไม่ได้ขี้เหร่ซักหน่อย"
"มีคนบอกว่ามันน่าเบื่อ เวลาที่อยู่กับผม"
"ผมไม่เห็นจะเบื่อแจจุงเลย อยากจะอยู่ด้วยนานๆซะอีก"
"อ่า..."
"จริงๆแล้วคนที่เข้ามาหาผมก็มี มันแค่ยังไม่ลงตัว"
"..."
"แต่คิดว่า อีกไม่นานแล้วล่ะ"


หนุ่มชองพูดพร้อมหันมาส่งรอยยิ้มกว้างให้แจจุง แววตาเป็นประกายที่มองมาทำให้แจจุงต้องเบนใบหน้าไปมองทางอื่น อดที่จะขัดเขินไม่ได้เมื่อตนเองถูกมองแบบนั้นริมฝีปากบางเม้มเบาๆซ้ำยังอมลมไว้ในแก้มเสียอีก ยิ่งใบหูแดงๆนั่น ชองยุนโฮล่ะอยากรู้จริงๆว่าใครว่าคิมแจจุงน่าเบื่อ!


"จะถึงคอนโดผมแล้วล่ะ"
"ให้ผมขึ้นไปส่งที่หน้าห้องนะ"
"มันก็ดึกมากแล้วนะ"
"ก็บอกแล้วไง ว่าผมอยากอยู่กับแจจุงนานๆ"



.

.

.

.


แบบนั้นแล้ว คิมแจจุงจะปฏิเสธอะไรได้ล่ะ ...


เมื่อกี้เขายืนอยู่หน้าห้องพักของเขา กับชายหนุ่มหน้าตาดีที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่ชั่วโมง คิมแจจุงสาบานได้ว่าระหว่างนั่งอยู่ที่คาเฟ่กึ่งบาร์นั่น ไม่มีแอลกอฮอลไหลผ่านคอเขาไปแม้แต่หยดเดียว แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที แผ่นหลังของเขาก็แนบลงกับเตียงนุ่มที่เขาคุ้นเคยด้วยแรงผลักของคนที่บอกว่า 'อยากอยู่กับเขานานๆ'


"คุณสักด้วยหรอ?"
"ก็ชอบ...อ่ะ...มัน...สวยดี"


อะไรกัน นี่เสื้อของเขาหลุดไปตอนไหน ? ไม่รู้ตัวอีกแล้ว .... ร่างบอบบางผวาขึ้นตามรอยสัมผัสร้อนจัดของฝ่ามือกร้าน ตั้งแต่สีข้าง เอวคอด อ้อมไปที่แผ่นหลัง ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังปลดหัวเข็มขัดและซิปกางเกง อีกข้างก็ล้วงลึกถึงผิวเนื้อเนียนช้อนก้นงอนให้ลอยขึ้นจากเตียง เพื่อที่จะดึงกางเกงและบ็อกเซอร์ตัวเล็กออก ไม่ได้ดูรีบร้อน แต่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า


เขามีสติครบถ้วนดีทุกอย่าง แค่เพียงว่า ...


"อื้อ...."


.

.

.


'ขอบคุณมากที่มาส่ง ... แล้วก็เป็นเพื่อนคุยในวันนี้'
'ยินดีครับ'
'ดึกมากแล้ว...กลับบ้านดีๆนะ'
'แจจุง เดี๋ยวก่อน'


ร่างเพรียวบางกำลังจะหันหลังเดินเข้าห้องไป ถูกรั้งข้อมือไว้จนต้องหันกลับมาหาอีกคน เลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไร แต่คนพูดเก่งไม่ได้ตอบกลับส่งเพียงยิ้มละมุนมาให้ แต่ก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้สองข้างแก้มเย็นเฉียบก็ถูกทาบด้วยฝ่ามืออุ่นจัด และริมฝีปากหยักที่ประกบลงมา


เหมือนหิมะแรกที่โรยตัวลงบนกิ่งสน แต่ความอบอุ่นกลับแผ่ซ่านเข้าลึกจนต้องหลับตาพริ้มรับ แรงดูดดึงเพียงแผ่วเบาพาให้ใจเต้นแรงจนกลัวอีกคนจะได้ยิน ลมหายใจอุ่นร้อนระที่ข้างแก้มยามที่ผละห่างจากกัน


'ข้างนอกมันหนาวนะ'
'....'
"ขอผมเข้าไปข้างในได้มั้ย?"


ประโยคนี้มันคุ้นๆนะ เหมือนตอนที่ชองยุนโฮขอเข้ามาในห้องของเขาเลย จะว่าคิมแจจุงใจง่ายก็ไม่ผิด เพราะว่าเขาก็ตอบตกลงมันถึงได้ ...


"เจ็บ...ฮ่ะ..อ๊ะ!"


มือบางจิกขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ เมื่อร่างกายถูกรุกรานอย่างไม่ทันตั้งตัว คงจะไม่เจ็บขนาดนี้ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ แทรกกายเข้ามาทีเดียวจนมิดลำแบบนี้ จุกจนแทบร้องไม่ออก นี่เพราะเขาไม่มีมีอะไรกับใครนานเกินไป หรือว่าผู้รุกรานใหญ่เกินไปกันแน่


"อ่า...ขอโทษนะแจจุงอา"


เสียงทุ้มแหบพร่าดังอยู่ข้างหูพร้อมพรูลมหายใจร้อนๆออกมาช้าๆอย่างพยายามอดกลั้น จูบหนักๆแนบที่ขมับบางอย่างปลอบประโลม พลันร่างบางก็ต้องสะดุ้งขึ้นอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับตัว เรียวขาขาวถูกมือกร้านรั้งขึ้นให้เกี่ยวเอวหนาไว้


"แน่นมากเลยล่ะแจจุง...อาา"
"มะ...อึ๊...อา ~"


คิดจะเถียงกลับไปว่า 'ไม่ต้องบอกก็ได้' แต่คนเหนือร่างกลับสวนกายเข้ามาเสียก่อน จึงทำได้เพียงส่งเสียงหวานหวิวตอบไปเท่านั้นพร้อมด้วยริ้วสีแดงจัดพาดที่แก้มขาว สายตาและรอยยิ้มพึงใจของชองยุนโฮทำให้คิมแจจุงต้องหลับตาลงแน่น เขินอายเกินไปที่จะสบตอบ เป็นกริยาที่ยิ่งเรียกรอยยิ้มจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี


มืออุ่นจัดละจากขาเรียวเลื่อนตัวขึ้นมาท้าวไว้กับที่นอนคร่อมร่างบอบบางไว้ทั้งร่างพลางส่งแรงกระแทกแรงขึ้น เมื่อรู้สึกได้ว่าภายในของแจจุงกำลังรัดเขาแน่นขนาดไหน กำลังเรียกร้องให้เขารุกล้ำเข้าไปแรงอีก ลึกอีก ชองยุนโฮล่ะอยากจะทำตามคำเชิญชวนนั้นเหลือเกิน เพียงแต่เจ้าตัว ...


"อ้ะ...เบา..อื้อ ...ร..แรงไป"
"ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ"
"เปล่านะ...ตะ..อ๊าา !"


ร่างบางร้องครางเสียงหลง มือบางเลื่อนขึ้นเกาะยึดแขนแกร่งแน่น ยุนโฮจงใจกระแทกกายเข้ามาแรงๆจนสะโพกกลมลอยขึ้นจากพื้นเตียง กดแช่ค้างไว้พลางหมุนควงเอวกลั่นแกล้งให้ร่างใต้อาณัติสติหลุด สะโพกกลมส่ายร่อนตามเอวแกร่งอย่างว่าง่าย เรียวขาขาวก็เสียดสีระตรงสีข้างของชายหนุ่ม

"กอด...อ่ะ...เข้ามา...อื้อ...ลึกๆ"

ดวงตากลมคลอหน่วยด้วยน้ำสีใสปรือขึ้นมองสบตากับร่างสูงเป็นเชิงขอร้อง มือขาวไล้ขึ้นจากแขนแกร่ง โอบกอดคนด้านบนไว้แน่น กระซิบเสียงแผ่วหวานข้างหู ให้ความอดกลั้นของหนุ่มชองหายไปอย่างง่ายดาย


ยุนโฮจับให้ร่างบางพลิกนอนคว่ำ รั้งสะโพกกลมขึ้นสูงให้เขาสามารถทำตามใจตัวเองได้อย่างสะดวก มือข้างหนึ่งวนเวียนอยู่ที่แผ่นอกบางลูบรอยสักเล่นบ้าง ขยี้ปลายนิ้วหยอกล้อกับเม็ดสีสวยบ้าง บางครั้งคงเผลอลงแรงหนักเกินไปจนรู้สึกได้ว่าร่างบอบบางกำลังสั่นเกร็ง


"อืมมม...แจจุงอา"


ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาวสูดกลิ่นหอมอ่อนๆอย่างที่เขาไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหน อดไม่ได้ที่จะดูดดึงผิวเนื้อขาวจัดทิ้งรอยเอาไว้ ด้านล่างยังคงรักษาจังหวะไว้ได้อย่างดี จะยิ่งเร็วขึ้นและแรงขึ้นเมื่อใกล้ถึงจุดที่ความร้อนในกายจะระอุออกมา


"ยุน...อ๊า..ยุนโฮ...อ๋าาา~"


.

.

.

.


เมื่อคืนนี้มันควรจะเป็นเพียงวันไนท์แสตนอย่างที่เคยเกิดขึ้น คิมแจจุงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฝัน เขาจำได้ทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่เหมือนฝัน ก็คงจะเป็นคนที่เขากำลังอาศัยความอบอุ่นในอ้อมแขนนี่อยู่ล่ะมั้ง


ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ... ชองยุนโฮยังอยู่ ไม่ได้หายไปอย่างคนอื่นๆ


แถมยังนอนยิ้มมองเขาอยู่อีกต่างหาก


"ตื่นแล้วหรอที่รัก"
"....///////"


ท...ที่รัก... คิมแจจุงอยากจะระเบิดตัวเองเดี๋ยวนี้เลย ให้ตายสิ !!


"หน้าแดงหมดแล้วนะ"


รอยยิ้มละมุนยังถูกส่งมาให้ไม่ขาด ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยที่แก้มใสแดงจัดเบาๆ ใบหน้าหล่อเลื่อนเข้ามาประทับจูบที่หน้าผากมน ลากลงมาถึงสันจมูก ปลายจมูกรั้นถูกงับเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว และปิดท้ายที่กลีบปากอิ่มสีสดเป็นมอนิ่งคิส


ดวงตากลมกระพริบปริบๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี แล้วระยะสายตาก็มองเห็นรอยสีเข้มที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย ตกใจเล็กน้อยที่มันดูเป็นรอยช้ำน่ากลัว นี่เมื่อคืนเขารุนแรงขนาดนั้นเลยหรอ


"ไม่ต้องตกใจหรอก แค่เจ็บนิดหน่อย"
"แต่มันช้ำน่ากลัวนะ"
"แจจุง..น่ะยิ่งกว่าผมอีก"


ดวงตาเรียวคมเบนต่ำมองที่แผ่นอกบาง พาให้เจ้าของร่างต้องก้มลงตาม ซึ่งสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้แจจุงหน้าเห่อร้อน อยากจะแทรกตัวเองหนีไปจากตรงนี้ ตัวเองไปทำเขายังไม่อายเท่ายอมให้คนอื่นเขาทำตัวเองโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากห้ามอะไรเลย


คิมแจจุงคนใจง่าย!!


"คงจะเป็นรอยไปอีกหลายวัน ขอโทษด้วยนะ"
"..."
"เจ็บมากรึเปล่า?"
"ก็เจ็บ แต่ไม่มาก"


ตอบเบาๆ พลางมุดหน้ากับผ้าห่มผืนหนา วางตัวไม่ถูกเลยจริงๆ ... หลังจากที่นอนด้วยกันตื่นมาถามสารทุกข์สุกดิบกันแบบนี้ ชองยุนโฮต้องการอะไรจากคิมแจจุงกันแน่


"แปลกใจหรอที่ผมยังอยู่?"
"ก็มัน...แปลก..."
"ก็เพราะผมอยากอยู่กับแจจุงนานๆไง"


....คิมแจจุงพร้อมจะระเบิดตัวเองเดี๋ยวนี้เลย....


.

.

.


"อ้อ...ถ้าวันหลังคุณไปที่คาเฟ่นั่นอีกไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มค่าขนมนะ"
"หื้อ...ทำไมล่ะ ?"
"เมียเจ้าของร้าน เจ้าของร้านก็ต้องเลี้ยงสิครับ"
".....//////////"


.... ตู้มมมมมมมม .... คิมแจจุงระเบิดตัวเองกลายเป็นโกโก้ครั้นช์


.

.

.


NEVER END.




ว่าจะลงตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่สะดวก(บวกขี้เกียจ) ต้องขอโทษรีดเดอร์ด้วยนะคะ T/\T

แฮ่ ~ ตอนแรกๆมาเหมือนจะดราม่านะ
ที่ไหนได้ นี่มันอะไรกัน 5555555555555555555
ตอนแรกคิดว่าจะให้ออกมาดูจริงจังและมีสาระมากกว่านี้ซักหน่อย
แต่ว่า ... ก็เป็นอย่างที่เห็น กร๊าซซซซซซซซ
รีดเดอร์จะชอบกันมั้ยนะ ? แต่ไรท์ชอบพี่ชองมากอ่ะ
ไม่รู้ทำไม ชอบ สามีเมนหล่อมากค่ะจะบอก -/////////-
ขอบคุณทุกวิว ทุกคนอ่าน ทุกคนเม้นต์ และทุกคนที่หลงเข้ามานะคะ
อยากให้ไทม์ไลน์ทวิตเตอร์รก กดฟอล @JORENZz นะคะ
รัก My Reader ทุกคนค่ะ <3


  1. 2014/07/21(月) 02:16:32|
  2. Category: None
  3. | Comments:0
Next page

Profile

JORENZ'z

Author:JORENZ'z
FICTION IN MIND.

Latest journals

Latest comments

Monthly archive

Category

Category: None (5)
bangtan (2)

Search form

Display RSS link.

Link

add link

Friend request form

Want to be friends with this user.